
คู่มือเลือกคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ 2569 — เรียนที่ไหนดี? เปรียบเทียบครบจบ
จากข้อมูลของEF English Proficiency Index ปี 2025 พบว่าคนไทยมีระดับความสามารถภาษาอังกฤษอยู่ในอันดับที่ 97 จาก 113 ประเทศ ซึ่งถือว่าอยู่ในกลุ่ม “ต่ำ” และสะท้อนให้เห็นว่าระบบการศึกษาภาษาอังกฤษในไทยที่ผ่านมายังไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริง คนไทยจำนวนมากเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาแต่ก็ยังพูดไม่คล่อง ฟังไม่ออก หรืออ่านได้แต่เขียนไม่ถูก ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากความฉลาด แต่เกิดจากวิธีการสอนและรูปแบบการเรียนที่ไม่ตรงกับการใช้งานจริง
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับทุกรูปแบบของคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ Private เรียนตัวต่อตัวกับครูเจ้าของภาษา, Small Group เรียนกลุ่มเล็ก 3-5 คน, Online เรียนออนไลน์ที่บ้านหรือที่ทำงาน ไปจนถึง Corporate Training สำหรับองค์กร พร้อมเปรียบเทียบราคา ข้อดีข้อเสีย และขั้นตอนการเลือกให้เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ
- ทำไมวัยทำงานต้องเลือก "เรียนภาษาอังกฤษที่ไหนดี" อย่างรอบคอบ
- 5 รูปแบบคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ — แต่ละแบบเหมาะกับใคร?
- เปรียบเทียบสถาบันสอนภาษาอังกฤษ — ดูอะไรก่อนตัดสินใจ?
- สถาบันสอนภาษาอังกฤษที่ไหนดี? เปรียบเทียบ 5 สถาบันยอดนิยม
- 5 ขั้นตอนเลือกคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่ใช่สำหรับคุณ
- หลักสูตร CEFR 13 ระดับ — มาตรฐานสากลที่ Speak Up ใช้
- Speak Up Thailand ช่วยคุณได้อย่างไร — บริการและจุดเด่น
- FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ
ทำไมวัยทำงานต้องเลือก “เรียนภาษาอังกฤษที่ไหนดี” อย่างรอบคอบ
โลกการทำงานปี 2026 เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก รายงาน Future of Jobs 2025 จาก World Economic Forum ระบุว่าทักษะ “การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม” (Cross-cultural Communication) ติดอันดับ Top 10 ทักษะที่นายจ้างทั่วโลกต้องการมากที่สุด และภาษาอังกฤษคือเครื่องมือหลักที่ขาดไม่ได้ในการสื่อสารระดับนานาชาติ บริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยจำนวนมากต้องการพนักงานที่สามารถทำงานร่วมกับต่างชาติได้อย่างราบรื่น
ข้อมูลจาก Adecco Thailand Salary Guide 2025 ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าพนักงานที่มีทักษะภาษาอังกฤษในระดับ Upper-Intermediate ขึ้นไป (CEFR B2 หรือสูงกว่า) ได้รับเงินเดือนสูงกว่าพนักงานระดับเดียวกันที่ไม่มีทักษะดังกล่าวถึง 15-25% ในสายงาน Finance, Marketing, Business Development และ Supply Chain ตัวเลขนี้ชัดเจนพอที่จะทำให้เห็นว่าการลงทุนเรียนภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่าย” แต่คือการลงทุนในตัวเองที่ให้ผลตอบแทนที่วัดได้จริงและรวดเร็วกว่าการลงทุนประเภทอื่น
ปัญหาที่วัยทำงานส่วนใหญ่เผชิญไม่ใช่แค่ “ไม่มีเวลาเรียน” แต่ยังรวมถึงการเลือกรูปแบบการเรียนที่ไม่เหมาะกับตัวเอง หลายคนลองเรียน Group Class ราคาถูกแต่ก็ไม่ได้พัฒนาเพราะชั้นเรียนใหญ่เกินไป บางคนลองแอปออนไลน์แต่ก็เลิกไปกลางคันเพราะขาด accountability บางคนเสียเงินซื้อคอร์สออนไลน์ราคาแพงแต่ไม่เคยเปิดดูเลย สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าการเลือก สถาบันสอนอังกฤษ ที่เหมาะสมนั้นสำคัญกว่าที่คิด
อยากรู้ระดับภาษาอังกฤษของคุณอยู่ที่ไหนก่อนตัดสินใจเรียน? ADD LINE @speakupbetter วัดระดับฟรีกับครูเจ้าของภาษา ไม่มีค่าใช้จ่าย แล้วเราจะแนะนำคอร์สที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ
5 รูปแบบคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ — แต่ละแบบเหมาะกับใคร?
ก่อนจะตัดสินใจเลือก คอร์สเรียนภาษาอังกฤษ สิ่งแรกที่ควรทำคือต้องเข้าใจว่าแต่ละรูปแบบเหมาะกับใคร เพราะชีวิตประจำวันของแต่ละคนต่างกัน บางคนมีเวลาเรียนน้อยและต้องการผลเร็ว บางคนมีงบจำกัดแต่อยากเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ บางคนต้องการความยืดหยุ่นสูง และบางคนต้องการaccountability ที่ช่วยกระตุ้นให้เรียนสม่ำเสมอ รูปแบบเรียนที่เหมาะกับคุณจะขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ งบประมาณ ตารางเวลา และเป้าหมายในการใช้ภาษา
| รูปแบบ | ราคาเริ่มต้น/เดือน | ขนาดชั้น | ความยืดหยุ่น | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| Private (ตัวต่อตัว) | ฿5,500–8,500 | 1 คน | สูงมาก | คนที่ต้องการผลเร็ว, ผู้บริหาร |
| Small Group | ฿3,500–5,500 | 3–5 คน | สูง | วัยทำงานทั่วไป งบพอเหมาะ |
| Online 1-on-1 | ฿3,375–4,500 | 1 คน | สูงมาก | คนไม่มีเวลาเดินทาง |
| Group Class | ฿2,000–3,500 | 10–15 คน | ต่ำ | นักเรียน คนงบน้อย |
| Corporate Training | ฿6,000–15,000 | ทีม | กลาง | HR จัดอบรมองค์กร |
Private Class — เรียนตัวต่อตัวกับครูเจ้าของภาษา ผลเร็วที่สุด
Private Class หรือการเรียนตัวต่อตัวคือรูปแบบที่ให้ผลการพัฒนาได้เร็วที่สุด เพราะครูจะโฟกัสที่คุณ 100% ทุกนาทีของการเรียน ไม่มีคนอื่นมาแย่งเวลา ครูสามารถปรับเนื้อหาตามจุดอ่อนเฉพาะตัวได้แบบ Real-time เช่น ถ้าคุณพูดได้แต่ Grammar ยังสะดุด ครูก็จะเน้นแก้ Grammar ในบริบทของประโยคที่คุณพูดจริงๆ ไม่ใช่ท่องหลักไวยากรณ์แบบในหนังสือที่ไม่ได้ใช้ในชีวิตจริง
ลูกค้าของSpeak Up Thailand ที่เลือก Private Class ส่วนใหญ่จะเป็นผู้บริหาร หรือพนักงานที่ต้องการพัฒนาให้เห็นผลภายในระยะเวลาสั้น เช่น ก่อนไปทำงานที่ต่างประเทศ หรือก่อนต้องนำเสนองานสำคัญต่อ Board ต่างชาติ
Small Group (3–5 คน) — Sweet Spot สำหรับวัยทำงาน
Small Group ขนาด 3–5 คน ถือเป็น sweet spot ของการเรียนภาษาอังกฤษสำหรับวัยทำงานในปี 2026 เพราะได้ทั้งประสิทธิภาพใกล้เคียง Private (ครูยังมีเวลาดูแลแต่ละคนได้ทั่วถึง) และได้ฝึกสนทนากับเพื่อนในกลุ่มซึ่งจำลองสถานการณ์การทำงานจริงได้ดีกว่า นอกจากนี้การฟังคนอื่นพูดและสังเกตข้อผิดพลาดของเพื่อนก็เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมาก
ราคาของSmall Group อยู่ที่ประมาณ ฿3,500–5,500 ต่อเดือน ต่ำกว่า Private ประมาณ 30–40% แต่ให้ประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก โดยเฉพาะถ้ากลุ่มมีคนที่ระดับและเป้าหมายใกล้เคียงกัน เช่น กลุ่มที่เน้น Business Communication ทุกคนก็จะได้ฝึกพูดในบริบทธุรกิจด้วยกัน ซึ่ง real-world practice แบบนี้คือสิ่งที่ทำให้คนจำและนำไปใช้ได้จริงมากกว่าการท่อง
Online 1-on-1 — ยืดหยุ่น ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
คอร์สออนไลน์ในปี 2026 ไม่ได้หมายความว่าคุณแค่ดู VDO บน YouTube แล้วจบ Speak Up Thailand มีบริการOnline 1-on-1 กับครูเจ้าของภาษาผ่าน Zoom ซึ่งให้ผลใกล้เคียงกับ Private Onsite มาก ข้อได้เปรียบหลักคือความยืดหยุ่นด้านเวลา คุณสามารถนัดเรียนได้ตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนออกงาน หรือดึกหลังเลิกงาน โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ซึ่งเหมาะมากสำหรับวัยทำงานในกรุงเทพฯ ที่ต้องเจอรถติดหนักทุกวัน
จากงานวิจัยด้าน Digital Learning หลายชิ้น พบว่าผู้เรียนที่เรียนออนไลน์แบบ Live Session กับครูมีพัฒนาการใกล้เคียงกับการเรียน Onsite โดยเฉพาะทักษะการฟังและพูด ราคาเริ่มต้นที่ ฿3,375 ต่อเดือน เหมาะมากสำหรับคนที่อยู่ต่างจังหวัด ย้ายบ้านบ่อย หรือไม่ต้องการเสียเวลาเดินทาง
Group Class — ราคาประหยัด แต่ต้องเลือกให้ดี
Group Class ขนาด 10–15 คน คือรูปแบบที่ถูกที่สุดและมีให้เลือกมากที่สุดในตลาด แต่ก็มีข้อจำกัดชัดเจน เมื่อชั้นเรียนใหญ่ ครูไม่มีเวลาดูแลแต่ละคนอย่างทั่วถึง ผู้เรียนที่เนื้อหาเข้าใจแล้วต้องรอคนอื่นตามทัน ในขณะที่คนที่ยังไม่เข้าใจก็ไม่กล้าถาม เพราะกลัวเสียเวลาคนอื่น ผลคือทุกคนได้เรียนแต่ไม่แน่ใจว่าใครพัฒนาจริงหรือเปล่า
รูปแบบนี้เหมาะกับนักศึกษาที่มีเวลามากและงบน้อย หรือคนที่ต้องการ”Exposure” กับภาษาอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ได้คาดหวังพัฒนาการรวดเร็ว สำหรับวัยทำงานที่เวลามีจำกัด Group Class ขนาดใหญ่มักไม่คุ้มค่าเงินและเวลาที่ลงทุนไป เว้นแต่จะเป็น Group Class ที่ Facilitator คุมเข้มและมีกิจกรรมฝึกพูดจริงจัง
Corporate Training — HR จัดอบรมทั้งองค์กร
Corporate Training เป็นบริการที่ออกแบบมาสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับพนักงานเป็นทีม เหมาะสำหรับบริษัทที่เตรียมขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ หรือต้องรับ expat เข้ามาทำงานร่วมด้วย Speak Up Thailand ให้บริการOnsite Training ที่บริษัทของลูกค้าได้ โดยครูจะออกแบบหลักสูตรตามความต้องการเฉพาะขององค์กร เช่น Business Meeting, Email Writing, Presentation Skills หรือ Customer Service English
เปรียบเทียบสถาบันสอนภาษาอังกฤษ — ดูอะไรก่อนตัดสินใจ?
สถาบันสอนอังกฤษ ในกรุงเทพฯ มีทางเลือกหลากหลาย ตั้งแต่สถาบันขนาดใหญ่ที่มีสาขาทั่วประเทศ ไปจนถึงสถาบันขนาดเล็กที่เชี่ยวชาญเฉพาะกลุ่ม สิ่งสำคัญที่ควรดูก่อนตัดสินใจสมัครเรียนมี 5 ข้อหลัก ได้แก่ คุณสมบัติของครูผู้สอน หลักสูตรที่ใช้ วิธีวัดระดับและติดตามพัฒนาการความยืดหยุ่นของตาราง และเงื่อนไขการยกเลิกหรือเปลี่ยนตาราง
หลายคนเลือกดูแต่ราคาอย่างเดียว แต่คอร์สราคาถูกที่มีครูไม่มีประสบการณ์หรือชั้นเรียนใหญ่เกินไปอาจทำให้เสียเงินซ้ำสองเพราะต้องมาเรียนใหม่กับสถาบันที่ดีกว่าอยู่ดี คำแนะนำคือลองถามตัวเองก่อนว่า “ถ้าเรียนที่นี่ 6 เดือนแล้วไม่เห็นพัฒนาการฉันรู้สึกอย่างไร?” ถ้าคำตอบคือ “เสียดายมาก” นั่นแปลว่าคุณต้องเลือกสถาบันที่ดีที่สุดที่งบอนุญาต ไม่ใช่ถูกที่สุด
| ปัจจัย | Speak Up Thailand | สถาบันทั่วไปขนาดใหญ่ | แอปออนไลน์ |
|---|---|---|---|
| ครูผู้สอน | Native Speaker 100% | Thai + Native ผสม | AI + บางส่วน Native |
| ขนาดชั้นเรียน | 1-5 คน (สูงสุด) | 10-30 คน | ตัวต่อตัว |
| หลักสูตร | CEFR 13 ระดับ 500+ หัวข้อ | Fixed หลักสูตรกลาง | AI-generated |
| วัดระดับ | ฟรี กับครูก่อนสมัคร | บางที่คิดค่าใช้จ่าย | Online Quiz |
| ราคาเริ่มต้น/เดือน | ฿3,375 | ฿2,500–4,000 | ฿500–2,000 |
| ที่ตั้ง | ใกล้ BTS พญาไท + Online | หลายสาขา | ออนไลน์ 100% |
| การติดตามพัฒนาการ | ครูรายงานทุกเดือน | แล้วแต่สาขา | App Dashboard |
จุดที่ทำให้ Speak Up Thailand แตกต่างคือการใช้ครูเจ้าของภาษา 100% ซึ่งหมายความว่าคุณจะได้ยินสำเนียง ไวยากรณ์ และ Idioms ที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรก ประกอบกับหลักสูตรที่ครอบคลุม 500+ หัวข้อสนทนาซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ตรงกับสถานการณ์ที่วัยทำงานต้องใช้จริง เช่น การประชุม การนำเสนองาน การเจรจาต่อรอง การเขียนอีเมล และการพูดคุยสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติ
สถาบันสอนภาษาอังกฤษที่ไหนดี? เปรียบเทียบ 5 สถาบันยอดนิยม
เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้รวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบ 5 สถาบันสอนภาษาอังกฤษยอดนิยมในตลาด โดยเน้นข้อมูลที่วัยทำงานต้องการจริงๆ ได้แก่ คุณภาพครู ราคา และรูปแบบที่เหมาะสม
| สถาบัน | จุดเด่น | ราคาเริ่มต้น/เดือน | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Speak Up Thailand | Native Speaker ทุกคน CEFR 13 ระดับ กลุ่มเล็ก | ฿3,375 | วัยทำงาน ต้องการพัฒนาจริงจัง |
| British Council | แบรนด์ระดับโลก หลักสูตรมาตรฐาน | ฿5,000+ | คนที่ต้องการ certificate |
| EduFirst | เน้น Corporate สาขาหลายที่ | ฿3,500 | Corporate ใกล้ออฟฟิศ |
| BestKru | ตัวต่อตัว ยืดหยุ่น | ฿4,000 | คนต้องการ flexibility สูง |
| Engcouncil | ออนไลน์เน้น Speaking | ฿2,100 | คนงบน้อย ต้องการออนไลน์ |
ข้อสังเกตสำคัญคือแต่ละสถาบันเหมาะกับความต้องการที่ต่างกัน Speak Up Thailand โดดเด่นในแง่ของNative Speaker กลุ่มเล็ก และราคาที่เข้าถึงได้สำหรับ Private และ Small Group คุณภาพสูง British Council เหมาะสำหรับคนที่ต้องการOfficial Certificate ที่ระบุในเรซูเม่ได้ ส่วนสถาบันที่มีหลายสาขาอาจเหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกด้านที่ตั้ง
5 ขั้นตอนเลือกคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่ใช่สำหรับคุณ
จากประสบการณ์ทำงานกับลูกค้าวัยทำงานหลายร้อยคน เราพบว่าคนที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาภาษาอังกฤษมักมีกระบวนการเลือกคอร์สที่คล้ายกัน ต่อไปนี้คือ 5 ขั้นตอนที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้องตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องเสียเงินลองผิดลองถูก
ขั้นตอนที่ 1: ประเมินระดับภาษาปัจจุบันก่อนเสมอ
หลายคนข้ามขั้นตอนนี้เพราะคิดว่าตัวเองรู้ระดับอยู่แล้ว แต่การประเมินตัวเองมักไม่แม่นยำ เพราะเราไม่รู้ว่าไม่รู้อะไร Speak Up Thailand ให้บริการวัดระดับภาษาฟรีกับครูเจ้าของภาษา ซึ่งต่างจาก Online Test ตรงที่ครูจะพูดคุยกับคุณจริงๆ และประเมินทั้ง 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน แบบองค์รวม ผลจะออกมาเป็น CEFR Level ที่แม่นยำ ซึ่งใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผนการเรียนได้ทันที
ผลการวัดระดับจะบอกด้วยว่าจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณอยู่ที่ไหน บางคนเก่ง Grammar แต่ Speaking ยังสะดุด บางคนอ่านเก่งแต่ Listening ยังตามไม่ทัน ข้อมูลนี้จะช่วยให้เลือกหลักสูตรที่โฟกัสในสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ ไม่ใช่เรียนในสิ่งที่รู้อยู่แล้ว
ขั้นตอนที่ 2: กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนและวัดได้
เป้าหมายที่ดีต้องเฉพาะเจาะจงและวัดได้ เช่น “ภายใน 6 เดือน ต้องการพูดในที่ประชุมภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจ” ดีกว่า “อยากเก่งภาษาอังกฤษ” เพราะเป้าหมายที่ชัดช่วยเลือกหลักสูตรที่ตรงได้ เช่น ถ้าต้องการMeeting English → เลือก Business Conversation, ถ้าต้องการEmail Writing → เลือก Business Writing Workshop, ถ้าต้องการJob Interview → เลือก Career English
นอกจากนี้การกำหนดระยะเวลาช่วยให้วางแผนงบประมาณได้ด้วย ถ้าต้องการพัฒนาจาก A2 ขึ้น B1 ภายใน 6 เดือน และงบอยู่ที่ ฿4,000 ต่อเดือน การเลือก Small Group ที่ ฿3,500–4,000 คือตัวเลือกที่สมดุลที่สุด แต่ถ้าต้องการเร็วกว่านั้น การอัพเกรดเป็น Private ที่ ฿5,500 อาจให้ผลดีกว่ามากและคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ขั้นตอนที่ 3: ประเมินเวลาและงบประมาณอย่างซื่อสัตย์
วัยทำงานส่วนใหญ่มีเวลาเรียนจำกัด แต่ก็ยังต้องการผลลัพธ์ที่ดี การเรียน 2 ครั้ง/สัปดาห์ ครั้งละ 50 นาที คือ minimum ที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการเห็นพัฒนาการจริง ถ้าเรียนน้อยกว่านั้น สมองจะลืม Vocabulary และ Structure ระหว่าง Session มากเกินไปจนต้องทบทวนซ้ำตลอด ซึ่งเสียเวลาและเงินโดยไม่จำเป็น
งบประมาณที่เหมาะสมสำหรับคอร์สคุณภาพดีควรอยู่ที่ ฿3,000–6,000 ต่อเดือน ซึ่งฟังดูเยอะ แต่ถ้าเทียบกับผลตอบแทนจากการขึ้นเงินเดือน 15–25% ที่ภาษาอังกฤษดีจะให้ มันถือว่าคืนทุนได้ภายใน 2–3 เดือนหลังได้เงินเดือนขึ้น สิ่งสำคัญคืออย่าประหยัดเงินในสิ่งที่ลงทุนกับตัวเอง
ขั้นตอนที่ 4: เลือกรูปแบบการสอนที่ตรงกับสไตล์การเรียนของคุณ
คนแต่ละคนมีสไตล์การเรียนต่างกัน บางคนเรียนได้ดีจากการฟังและพูดโต้ตอบ บางคนต้องเห็น Visual เช่น Mind Map หรือตาราง บางคนต้องฝึกซ้ำหลายๆ ครั้ง สำหรับวัยทำงานที่ต้องการพัฒนาทักษะ Communication โดยตรง รูปแบบ Communicative Language Teaching (CLT) ที่เน้นการใช้ภาษาในสถานการณ์จริงให้ผลดีที่สุด
ให้ถามสถาบันที่สนใจว่า “ในคลาส 60 นาที นักเรียนพูดกี่เปอร์เซ็นต์?” ถ้าคำตอบคือ “ครูพูดเยอะกว่า” นั่นคือสัญญาณเตือนว่าคุณจะไม่ได้ฝึกพูดมากพอ ใน Speak Up Thailand นักเรียนจะ “พูดไม่น้อยกว่า 60%” ของเวลาในคลาส ซึ่งคือหัวใจของการพัฒนาทักษะ Speaking จริงๆ
ขั้นตอนที่ 5: ทดลองเรียนหรือพูดคุยกับ Advisor ก่อนตัดสินใจ
สถาบันที่ดีจะไม่รีบปิดการขาย แต่จะพยายามเข้าใจความต้องการของคุณก่อน Speak Up Thailand มีบริการให้คุณพูดคุยกับ Learning Advisor และวัดระดับภาษาฟรีก่อนสมัคร โดยไม่มีแรงกดดัน การพูดคุยนี้ช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่ต้องการและตัดสินใจบนข้อเท็จจริงจริงๆ ไม่ใช่จากคำโฆษณา
ถ้าสถาบันไหนไม่ให้ทดลองเรียนหรือพูดคุยก่อน และรีบให้สมัครทันที อาจเป็นสัญญาณว่าสถาบันนั้นไม่มั่นใจในคุณภาพ เพราะถ้าของดีและตอบโจทย์จริง ทดลองฟรีก็ยิ่งทำให้คนอยากสมัครมากขึ้น
ต้องการคำแนะนำส่วนตัวในการเลือกคอร์สที่เหมาะกับคุณ? ปรึกษาทีม Speak Up Thailand ฟรีผ่าน LINE @speakupbetter — เราช่วยวางแผนเส้นทางการเรียนให้เหมาะกับตารางงานและเป้าหมายของคุณ
หลักสูตร CEFR 13 ระดับ — มาตรฐานสากลที่ Speak Up ใช้
CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) คือมาตรฐานการวัดและพัฒนาระดับภาษาที่ใช้ทั่วโลกมากกว่า 40 ประเทศ แบ่งเป็น 6 ระดับหลัก ได้แก่ A1, A2, B1, B2, C1, C2 โดยที่ A คือระดับเริ่มต้น B คือระดับกลาง และ C คือระดับสูง Speak Up Thailand พัฒนาหลักสูตรที่ครอบคลุม 13 ระดับย่อยภายใต้กรอบ CEFR ซึ่งละเอียดกว่าระบบทั่วไปมาก
| CEFR Level | ระดับ | ตัวอย่างทักษะ | ระยะเวลาเรียนเฉลี่ย (2x/สัปดาห์) |
|---|---|---|---|
| A1 | Beginner | แนะนำตัวเอง ถามทาง สั่งอาหาร | 3–4 เดือน |
| A2 | Elementary | พูดเรื่องทั่วไป เดินทาง ช้อปปิ้ง | 4–6 เดือน |
| B1 | Intermediate | ประชุมง่ายๆ เขียนอีเมลพื้นฐาน | 6–12 เดือน |
| B2 | Upper-Intermediate | เจรจาธุรกิจ นำเสนองาน | 12–18 เดือน |
| C1 | Advanced | ประชุม Conference Call เขียนรายงาน | 18–24 เดือน |
| C2 | Proficient | ใกล้เจ้าของภาษา ทุกสถานการณ์ | 24+ เดือน |
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ CEFR ไม่ได้วัดแค่ Grammar แต่วัด 4 ทักษะครบ ทั้ง Listening (ฟัง), Speaking (พูด), Reading (อ่าน), และ Writing (เขียน) ซึ่งตรงกับความต้องการในการทำงานจริงมากกว่าการสอบแบบ Fill-in-the-blank ที่เราคุ้นเคยสมัยเรียน ลูกค้าของSpeak Up Thailand หลายท่านเริ่มต้นที่ระดับ A2 และพัฒนาขึ้นสู่ B2 ภายใน 18 เดือน ด้วยการเรียน 2 ครั้ง/สัปดาห์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเห็นผลชัดในการทำงานจริง
Speak Up Thailand ช่วยคุณได้อย่างไร — บริการและจุดเด่น
Speak Up Thailand เป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษสำหรับวัยทำงานและผู้บริหารโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ใกล้ BTS พญาไท สะดวกสำหรับคนทำงานในย่านกรุงเทพฯ และมีบริการOnline ให้กับลูกค้าทั่วประเทศ ผู้เรียนหลายท่านเห็นพัฒนาการชัดเจน เช่น กลุ่มผู้จัดการ HR ที่เริ่มเรียนกับ Speak Up ในปีที่ผ่านมา ตอนแรกพูดสะดุดทุกครั้งที่ต้องประชุมกับ Expat แต่หลังเรียน 6 เดือนด้วย Small Group สามารถ Lead ประชุมภาษาอังกฤษ 30 นาทีได้อย่างสบาย และล่าสุดได้รับการโปรโมตเป็น HR Director ในบริษัทข้ามชาติ
บริการของSpeak Up Thailand ครอบคลุมทุกความต้องการ: Private Class ราคาเริ่มต้น ฿5,500/เดือน สำหรับคนต้องการผลเร็ว, Small Group (3–5 คน) ราคาเริ่มต้น ฿3,500/เดือน สำหรับวัยทำงาน, Online 1-on-1 ราคาเริ่มต้น ฿3,375/เดือน สำหรับคนไม่มีเวลาเดินทาง, และ Corporate Training สำหรับ HR ที่ต้องการอบรมทีมทั้งองค์กร จุดแข็งที่โดดเด่นคือครูทุกคนเป็น Native Speaker และมีหลักสูตร 500+ หัวข้อสนทนาที่ครอบคลุม Business, Travel, Career และ Lifestyle
ผู้เรียนทุกคนจะได้รับการประเมินระดับฟรีก่อนเริ่มเรียน พร้อม Learning Plan ที่ออกแบบเฉพาะตัว และรายงานพัฒนาการจากครูทุกเดือน ทำให้ทั้งผู้เรียนและ HR (กรณี Corporate) ติดตามความก้าวหน้าได้ชัดเจน
FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ
✅ พร้อมเริ่มต้นเส้นทางภาษาอังกฤษของคุณแล้วหรือยัง? ADD LINE @speakupbetter เพื่อวัดระดับภาษาฟรีกับครูเจ้าของภาษา ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีแรงกดดัน เพียงบอกเราว่าคุณอยากพัฒนาอะไร เราจะออกแบบเส้นทางการเรียนที่เหมาะกับคุณที่สุด เรียนที่ BTS พญาไท หรือ Online ก็ได้ เริ่มต้นเพียง ฿3,375 ต่อเดือน และวัดระดับภาษาฟรีก่อนตัดสินใจ

