TOEIC คืออะไร? คู่มือครบจบ — โครงสร้างข้อสอบ คะแนนที่บริษัทต้องการ วิธีเตรียมตัว และเทคนิคทำคะแนนสูงสำหรับคนทำงาน

TOEIC คืออะไร? คู่มือเตรียมสอบ TOEIC ฉบับสมบูรณ์สำหรับคนทำงาน 

ในโลกการทำงานที่เชื่อมต่อกันด้วยภาษาอังกฤษ การพิสูจน์ทักษะการสื่อสารด้วยคะแนนมาตรฐานสากลกลายเป็นสิ่งที่องค์กรชั้นนำให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ TOEIC หรือ Test of English for International Communication คือหนึ่งในเครื่องมือวัดระดับภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลกธุรกิจ โดยเฉพาะในเอเชียและยุโรป 

ข้อมูลจาก ETS (Educational Testing Service) ระบุว่ามีผู้สอบ TOEIC กว่า 7 ล้านคนต่อปีใน 160 ประเทศทั่วโลก บริษัทข้ามชาติในไทยหลายแห่ง อาทิ บริษัทในกลุ่มธนาคาร ยานยนต์ และบริการ ใช้ TOEIC เป็นเกณฑ์ในการรับสมัครงาน พิจารณาการเลื่อนตำแหน่ง หรือส่งพนักงานไปปฏิบัติงานต่างประเทศ 

สำหรับคนทำงานที่อยากพัฒนาตัวเองหรือก้าวไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น การเข้าใจ TOEIC อย่างถ่องแท้ ทั้งโครงสร้าง คะแนน และวิธีเตรียมตัว จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ คู่มือนี้จะพาคุณเข้าใจทุกมิติของ TOEIC เพื่อให้เตรียมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

TOEIC คืออะไร? ต้นกำเนิดและวัตถุประสงค์ 

TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication พัฒนาโดย ETS (Educational Testing Service) องค์กรทดสอบการศึกษาชั้นนำของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1979 เดิมทีออกแบบมาเพื่อวัดทักษะภาษาอังกฤษในบริบทของการทำงานและธุรกิจ ไม่ใช่เพื่อการเรียนในมหาวิทยาลัยเหมือน IELTS หรือ TOEFL 

จุดเด่นของ TOEIC คือการวัดทักษะในสถานการณ์ที่พบในชีวิตการทำงานจริง เช่น การฟังการประชุม การอ่านอีเมลธุรกิจ การเข้าใจนโยบายบริษัท และการสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติ ทำให้ผลคะแนนสะท้อนความสามารถในการใช้งานภาษาอังกฤษจริงๆ มากกว่าการท่องจำกฎไวยากรณ์ 

ปัจจุบัน TOEIC มี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ TOEIC Listening & Reading (L&R) ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดในไทย, TOEIC Speaking & Writing (S&W) สำหรับองค์กรที่ต้องการวัดทักษะการพูดและเขียน และ TOEIC Bridge สำหรับผู้เริ่มต้นที่ระดับ A1-B1 

โครงสร้างข้อสอบ TOEIC Listening & Reading 

TOEIC L&R เป็นการสอบแบบ Paper-based หรือ Computer-based ใช้เวลา 2 ชั่วโมง แบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือ Listening Section และ Reading Section แต่ละส่วนมีคะแนนสูงสุด 495 คะแนน รวม 990 คะแนน 

SectionPartรูปแบบจำนวนข้อเวลา
Listening (495 คะแนน)Part 1Photographs — ดูรูปแล้วเลือกคำบรรยายที่ถ6 ข้อ45 นาที
Part 2Question-Response — ฟังคำถามแล้วเลือกคำตอบที่เหมาะสม25 ข้อ
Part 3Conversations — ฟังบทสนทนา 2-3 คน แล้วตอบคำถาม39 ข้อ
Part 4Talks — ฟังการบรรยายหรือประกาศ แล้วตอบคำถาม30 ข้อ
Reading (495 คะแนน)Part 5Incomplete Sentences — เติมคำในช่องว่าง30 ข้อ75 นาที
Part 6Text Completion — เติมคำในย่อหน้าสั้น16 ข้อ
Part 7Reading Comprehension — อ่านบทความแล้วตอบคำถาม54 ข้อ

Listening Section: ฟังอะไรบ้าง? 

Part 1 เป็นการดูภาพถ่าย 1 ภาพแล้วเลือกประโยคบรรยายที่ถูกต้องที่สุดจาก 4 ตัวเลือก ฟังแล้วต้องแยกแยะความแตกต่างเล็กน้อยในคำ เช่น working vs walking, selling vs settling 

Part 2-4 ต้องการทักษะการฟังจับใจความในบริบทธุรกิจ เช่น การประชุม การโทรศัพท์ การประกาศในสำนักงาน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่คนทำงานพบบ่อยในชีวิตจริง

Reading Section: อ่านอะไรบ้าง? 

Part 7 เป็นส่วนที่ยากและใช้เวลามากที่สุด มีทั้ง Single Passage (อ่านเอกสาร 1 ชิ้น) และ Multiple Passages (อ่านเอกสาร 2-3 ชิ้นที่เกี่ยวข้องกัน เช่น อีเมล + นโยบาย + ตาราง) ผู้สอบต้องฝึกอ่านเร็วและจับประเด็นได้โดยไม่ต้องเข้าใจทุกคำ 

เนื้อหาใน Part 7 ครอบคลุมบริบทธุรกิจจริงๆ เช่น ใบแจ้งหนี้ แบบฟอร์มสมัครงาน จดหมายลูกค้า ตารางกำหนดการ นโยบายบริษัท และโฆษณาผลิตภัณฑ์ 

ระบบคะแนน TOEIC และความหมายของแต่ละระดับ 

TOEIC ใช้ระบบคะแนน Scaled Score ไม่ใช่การนับคะแนนตรง ซึ่งหมายความว่าคะแนนที่ได้จะปรับตามความยากง่ายของข้อสอบในแต่ละรอบ เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบระหว่างรอบการสอบต่างๆ ได้อย่างยุติธรรม 

TOEIC Scoreระดับ CEFRความสามารถเหมาะกับ
905-990C1สื่อสารได้คล่องแคล่วในทุกสถานการณ์ธุรกิจผู้บริหาร / งานระดับ Senior
785-900B2สื่อสารได้มั่นใจในงานที่ต้องใช้ภาษาสม่ำเสมองาน B2B / ประสานงานต่างชาติ
605-780B1สื่อสารในสถานการณ์ที่คุ้นเคยได้ดีStaff ระดับกลาง / เจ้าหน้าที่
405-600A2สื่อสารได้ในสถานการณ์ง่ายๆ มีข้อจำกัดพนักงานทั่วไป เพิ่งเริ่มต้น
255-400A1สื่อสารได้น้อยมาก ต้องพัฒนาเพิ่มผู้เริ่มต้น

คะแนน TOEIC ที่บริษัทส่วนใหญ่ต้องการ 

จากการสำรวจของ ETS Asia ในปี 2024 พบว่าบริษัทในกลุ่มประเทศอาเซียนกำหนดคะแนน TOEIC ขั้นต่ำสำหรับตำแหน่งงานต่างๆ ดังนี้: 

  • งานทั่วไป / Back Office: 550-650 คะแนน 
  • งานที่ต้องติดต่อต่างประเทศ: 700-750 คะแนน 
  • ผู้จัดการ / หัวหน้างาน: 750-800 คะแนน 
  • ผู้บริหารระดับสูง / ผู้แทนองค์กร: 850+ คะแนน 

ในประเทศไทย บริษัทญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรปหลายแห่งกำหนดเกณฑ์ TOEIC เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และบริการทางการเงิน 

วิธีเตรียมตัวสอบ TOEIC ให้ได้คะแนนสูง 

การเตรียมตัวสอบ TOEIC ที่ได้ผลไม่ได้อาศัยแค่การท่องศัพท์หรือทำข้อสอบเก่า แต่ต้องสร้างทักษะภาษาอังกฤษที่ใช้งานได้จริงควบคู่กับการทำความเข้าใจรูปแบบข้อสอบ ผู้สอบที่ทำคะแนนได้ 750+ ส่วนใหญ่ใช้เวลาเตรียมตัว 3-6 เดือนอย่างสม่ำเสมอ 

1. เสริมทักษะ Listening ด้วยการฟังภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน 

ฝึกฟัง Podcast ธุรกิจเป็นภาษาอังกฤษ เช่น BBC Business Daily, HBR IdeaCast หรือ The Economist ทุกวันวันละ 20-30 นาที เน้นฟังสำเนียง American English เนื่องจาก TOEIC ใช้สำเนียงนี้เป็นหลัก สลับกับ British, Australian และ Canadian บ้าง 

เทคนิคสำคัญคือ Shadowing — ฟังแล้วพยายามพูดตามทันที วิธีนี้ช่วยให้สมองจดจำรูปแบบประโยคและ Intonation ได้เร็วกว่าการฟังแบบ Passive อย่างเดียว 

2. เพิ่ม Vocabulary ด้วยศัพท์ธุรกิจ 300-500 คำแรก 

คำศัพท์ที่ออกบ่อยใน TOEIC มักอยู่ใน 10 กลุ่มหัวข้อหลัก ได้แก่ Finance & Budgeting, Offices, Manufacturing, Travel, Entertainment, Health, Personnel, Housing & Corporate Property, Purchasing และ Technical Areas 

แนะนำให้สร้าง Vocabulary Card หรือใช้แอป Anki เพื่อทบทวนคำศัพท์ทุกวัน โดยเรียนรู้คำศัพท์ในบริบทของประโยคเสมอ ไม่ใช่แค่ความหมายเดี่ยวๆ เพราะ TOEIC วัดความเข้าใจในบริบทมากกว่าการท่องจำ 

3. ฝึก Part 7 ด้วยการอ่านเอกสารธุรกิจจริง 

Part 7 คือส่วนที่คนไทยทำคะแนนได้ต่ำที่สุด เนื่องจากเวลาไม่พอ วิธีฝึกที่ดีที่สุดคือการอ่าน Email จริง รายงานธุรกิจ หรือบทความใน BBC Business ทุกวัน โดยตั้งเวลาให้ตัวเองอ่านอย่างรวดเร็วและจับ Key Information 

เทคนิค Skimming & Scanning ช่วยได้มาก — อ่าน Heading และ First Sentence ของทุกย่อหน้าก่อน แล้วค่อยไปหาคำตอบที่ถามในข้อสอบ ไม่ต้องอ่านทุกคำ 

4. ทำ Mock Test สม่ำเสมอ 

ทำข้อสอบจำลองเต็มรูปแบบอย่างน้อย 2-3 ครั้งก่อนสอบจริง เพื่อวัดระดับและเตรียมสภาพร่างกาย-จิตใจให้พร้อม ข้อสอบ TOEIC Official Practice Test มีจำหน่ายในเว็บไซต์ ETS อย่างเป็นทางการ 

💡 อยากพัฒนาภาษาอังกฤษให้แกร่งขึ้นก่อนสอบ TOEIC? ADD LINE @speakupbetter วัดระดับภาษาฟรี! แล้วเริ่มคอร์สที่เหมาะกับคุณ 

ตารางเวลาเตรียมสอบ TOEIC 90 วัน 

แผนเตรียมสอบ 3 เดือนที่ออกแบบสำหรับคนทำงานที่มีเวลาจำกัด วันละ 45-60 นาที: 

ช่วงเวลาโฟกัสกิจกรรมแนะนำเป้าหมาย
เดือน 1 (Day 1-30)พื้นฐาน Listeningฟัง Podcast ธุรกิจ + Shadowing 20 นาที + เรียน Vocab 10 คำ/วันทำ Part 1-2 ได้ 80%+
เดือน 2 (Day 31-60)Reading & Grammarฝึก Part 5-6 + อ่านบทความ BBC 15 นาที + ทำโจทย์ Part 7ทำ Part 5-6 ได้ 80%+
เดือน 3 (Day 61-90)Full Practice + ทบทวนทำ Mock Test สัปดาห์ละ 1 ครั้ง + ทบทวนจุดอ่อน + Listening ต่อเนื่องคะแนน Mock Test เป้าหมาย +50

ขั้นตอนสมัครสอบ TOEIC ในประเทศไทย 

การสมัครสอบ TOEIC ในไทยทำได้ผ่านศูนย์สอบที่ ETS ได้รับการรับรอง โดยส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ทั่วประเทศ 

  1. เข้าเว็บไซต์ ETS (www.ets.org/toeic) หรือศูนย์สอบในไทย 
  1. เลือกวันสอบที่ต้องการ — มักมีสอบทุก 1-2 สัปดาห์ 
  1. ชำระค่าสมัคร ประมาณ 1,800-2,500 บาท ขึ้นกับศูนย์สอบ 
  1. รับ Admission Ticket ทาง Email และเตรียมบัตรประชาชน 
  1. เข้าสอบ — ไม่อนุญาตให้นำเครื่องคิดเลข โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้า 
  1. ผลสอบออกภายใน 2-3 สัปดาห์ ส่ง Score Report ทาง Email 

เอกสารที่ต้องเตรียม 

  • บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (ใบอนุญาตขับขี่ไม่ยอมรับ) 
  • Admission Ticket ที่ print ออกมา หรือบนโทรศัพท์ 
  • ดินสอ 2B หรือ HB สำหรับการสอบแบบ Paper 

📌 ก่อนสอบ TOEIC ทักษะภาษาอังกฤษโดยรวมต้องแข็งแกร่ง Speak Up Thailand มีคอร์สภาษาอังกฤษสำหรับคนทำงานที่ช่วยพัฒนา Listening, Reading และ Communication ในบริบทธุรกิจจริง ADD LINE @speakup ปรึกษาฟรี! 

ความแตกต่างระหว่าง TOEIC และการสอบภาษาอังกฤษประเภทอื่น 

คนที่กำลังตัดสินใจว่าควรสอบอะไรมักสับสนระหว่าง TOEIC, IELTS, TOEFL และ Cambridge มาดูว่าแต่ละอย่างเหมาะกับใคร: 

การสอบวัตถุประสงค์หลักคะแนนสูงสุดเหมาะกับ
TOEIC L&Rวัดทักษะภาษาอังกฤษในที่ทำงาน990 คะแนนคนทำงาน / สมัครงาน / เลื่อนตำแหน่ง
IELTSศึกษาต่อ / อพยพBand 1-9นักเรียน / ผู้อพยพ / University
TOEFLศึกษาต่อ (สหรัฐฯ)0-120 คะแนนนักเรียนที่ต้องการเรียน US University
Cambridge B2/C1ใบรับรองระดับ CEFRA-Cผู้ต้องการ Certificate มาตรฐานยุโรป

เคสจริง: คนทำงานพัฒนาคะแนน TOEIC อย่างไร 

เคสที่ 1: จาก 550 สู่ 780 คะแนนใน 4 เดือน 

คุณ A วัย 29 ปี ทำงานด้านการเงินในบริษัทญี่ปุ่น เดิมทีสอบได้ 550 คะแนน แต่บริษัทต้องการ 750+ เพื่อพิจารณาส่งไปอบรมที่ญี่ปุ่น ปัญหาหลักของเขาคือ Reading Section โดยเฉพาะการอ่านเอกสารหลายชิ้นใน Part 7 

หลังจากเปลี่ยนวิธีเตรียมตัวโดยเน้นอ่าน Business Email จริงวันละ 15 นาที และฝึก Scanning Technique อย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 4 เดือน คะแนน Reading Section เพิ่มขึ้นจาก 250 เป็น 380 คะแนน ส่งผลให้คะแนนรวมแตะ 780

เคสที่ 2: HR ที่ต้องการ 800+ สำหรับ Regional Role 

คุณ B ผู้จัดการฝ่าย HR วัย 35 ปี ต้องการขึ้นไปดูแล HR ระดับ Regional ซึ่งต้องสื่อสารกับทีมจากหลายประเทศ บริษัทกำหนด TOEIC 800+ โดยเธอเริ่มจาก 680 คะแนน 

จุดที่ต้องพัฒนาคือ Listening Part 3-4 ซึ่งเป็นบทสนทนาและ Talk ที่ซับซ้อน เธอเพิ่มการฟัง Business Podcast วันละ 30 นาทีและสมัครเรียนคอร์สภาษาอังกฤษกับครูเจ้าของภาษาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ใน 5 เดือนคะแนนขึ้นมาอยู่ที่ 820

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ TOEIC 

สรุป: วางแผนพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อคะแนน TOEIC ที่ต้องการ 

TOEIC ไม่ใช่แค่การสอบ แต่เป็นการวัดทักษะภาษาอังกฤษในบริบทการทำงานจริง การเตรียมตัวที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การท่องเนื้อหาสำหรับสอบโดยเฉพาะ แต่คือการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันให้แข็งแกร่ง เพราะเมื่อคุณสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีในที่ทำงาน คะแนน TOEIC จะตามมาเอง 

ขั้นแรกคือรู้ระดับปัจจุบันของตัวเอง จากนั้นวางแผนพัฒนาทักษะที่ขาดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การอ่าน หรือการสร้าง Vocabulary ในบริบทธุรกิจ — ทำได้ทุกวันแม้แค่ 30 นาที ผลลัพธ์จะเห็นชัดภายใน 3 เดือน 

🎯 พร้อมพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อเป้าหมายในอาชีพ? ADD LINE @speakup ทดสอบระดับภาษาฟรี แล้วเริ่มเรียนกับครูเจ้าของภาษาที่ Speak Up Thailand ได้เลย! 

This will close in 0 seconds