อ่านภาษาอังกฤษให้เก่งด้วย 5 นิยายอังกฤษชื่อดัง ระดับ Beginner ก็อ่านได้

เคยรู้สึกเหมือนกันไหมครับว่า การฝึกอ่านภาษาอังกฤษจากในหนังสือเรียน (Textbook) บางครั้งก็ค่อนข้างน่าเบื่อ เพราะเนื้อหามักจะมีความเป็นทางการและไม่ค่อยดึงดูดใจเอาเสียเลย?

บทความนี้ Speak Up Thailand ได้คัดเน้นๆ กับ 5 หนังสือนิยายภาษาอังกฤษน่าอ่าน ที่รับรองว่าเหมาะกับผู้ที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐาน (Beginner) ไปจนถึงระดับกลาง (Intermediate) การเริ่มฝึกอ่านจากนิยายนอกจากจะสนุกจนวางไม่ลงแล้ว ยังช่วยให้เราซึมซับไวยากรณ์ โครงสร้างประโยค และเพิ่มคลังคำศัพท์ใหม่ๆ เข้าสมองแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย! จะมีเรื่องอะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลยครับ

1. นิยาย Classic ระดับโลก: Charlotte’s Web (แมงมุมเพื่อนรัก)

พนันได้เลยว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักวรรณกรรมเยาวชนสุดคลาสสิกเรื่องนี้ เรื่องราวบอกเล่ามิตรภาพข้ามสายพันธุ์ระหว่าง “Wilbur” ลูกหมูน้อย และ “Charlotte” แมงมุมผู้ชาญฉลาด เนื้อเรื่องสอดแทรกทั้งเรื่องมิตรภาพ การใช้ชีวิต และการจากลา เป็นวรรณกรรมที่ทั้งสนุกและกินใจในเวลาเดียวกัน

  • ทำไมถึงเหมาะกับคนฝึกภาษา: ผู้เขียนใช้ภาษาที่เรียบง่าย ชัดเจน โครงสร้างประโยคไม่ซับซ้อน ทำให้ผู้เริ่มต้นสามารถทำความเข้าใจเนื้อเรื่องได้ง่าย นอกจากนี้บทสนทนา (Dialogue) ของตัวละครยังเป็นธรรมชาติ ช่วยให้เราจำไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้ดีมากครับ

2. นิยายวัยรุ่นร่วมสมัยจากละครเวที: Dear Evan Hansen

หากใครเคยเห็นโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ผ่านตาเมื่อปี 2021 จริงๆ แล้วต้นฉบับมาจากละครเพลง Broadway Musical ที่โด่งดังมากในปี 2015 ก่อนจะถูกนำมาดัดแปลงเป็นนิยาย เรื่องราวจะตามติดชีวิตของ “Evan” เด็กหนุ่มที่มีปัญหาการเข้าสังคม เนื้อหาทัชใจวัยรุ่นสุดๆ เพราะพูดถึงทั้งปัญหาสุขภาพจิต การใช้ชีวิตในโรงเรียน และการต้องการเป็นที่ยอมรับ

  • ทำไมถึงเหมาะกับคนฝึกภาษา: เป็นโอกาสดีมากที่คุณจะได้ฝึกภาษาไปพร้อมกับความบันเทิง แนะนำให้เปิดฟังเพลงประกอบ Broadway Musical ไปพร้อมกับการอ่าน คุณจะได้ฝึกทักษะการฟัง และการตีความหมายของบริบทเนื้อเพลงไปในตัวครับ

3.นิทานขวัญใจเด็กๆ ทั่วโลก: The Cat in the Hat

สำหรับใครที่รู้สึกว่าพื้นฐานแกรมม่ายังไม่ค่อยแข็งแรง ลองถอยกลับมาเริ่มที่หนังสือนิทานของ Dr. Seuss เล่มนี้ดูก่อนครับ เรื่องราวสุดป่วนของเด็กน้อยสองคนที่ติดอยู่ในบ้านวันฝนตก จนกระทั่งเจ้าแมวสวมหมวกทรงสูงปรากฏตัวขึ้นและสร้างความโกลาหลแบบคาดไม่ถึง

  • ทำไมถึงเหมาะกับคนฝึกภาษา: เล่มนี้เหมาะกับผู้เริ่มต้นแบบสุดๆ! เพราะใช้คำศัพท์พื้นฐาน มีการเล่นคำสัมผัส (Rhyme) ที่ช่วยให้จำง่าย และที่สำคัญคือมีภาพประกอบสีสันสดใสที่ช่วยใบ้ความหมายของเนื้อเรื่อง ทำให้เราเดาคำศัพท์ได้โดยไม่ต้องเปิดดิกชันนารีบ่อยๆ

4. นิยายอเมริกันสุดเข้มข้น: To Kill a Mockingbird

ขยับเลเวลความเข้มข้นขึ้นมาอีกนิดกับนิยายที่สะท้อนสังคมอเมริกาในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ (The Great Depression) ผ่านมุมมองของเด็ก เล่าถึงประเด็นการเหยียดเชื้อชาติและความไม่เท่าเทียม เป็นนิยายระดับตำนานที่นักเรียนมัธยมในอเมริกาทุกคนต้องเคยอ่าน

  • ทำไมถึงเหมาะกับคนฝึกภาษา: แม้คำศัพท์บางส่วนอาจจะอยู่ในระดับที่สูงขึ้นมาหน่อย แต่การเล่าเรื่องนั้นตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ถือเป็น “บททดสอบ” ชั้นดีสำหรับผู้เรียนระดับกลางที่ต้องการท้าทายตัวเองด้วยโครงสร้างประโยคที่ซับซ้อนขึ้นครับ

5. สารคดีประวัติศาสตร์รูปแบบไดอารี่: Diary of a Young Girl (บันทึกลับ แอนน์ แฟรงค์)

หนังสือเล่มนี้อ้างอิงมาจากไดอารี่ของจริงที่ “แอนน์ แฟรงค์” เด็กสาวเชื้อสายยิวเขียนไว้ตลอด 2 ปี (1942-1944) ในช่วงที่ครอบครัวของเธอต้องซ่อนตัวจากการกวาดล้างของกองทัพนาซีในเนเธอร์แลนด์

  • ทำไมถึงเหมาะกับคนฝึกภาษา: เนื่องจากเขียนในรูปแบบ “สมุดบันทึกส่วนตัว” ภาษาที่ใช้จึงมีความเป็นกันเอง เหมือนมีเพื่อนมาเล่าเรื่องให้ฟัง คุณจะได้เรียนรู้คำศัพท์ในชีวิตประจำวันเยอะมาก พร้อมๆ กับได้ซึมซับเกร็ดประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปด้วย

Tips

หากอยากให้การฝึกอ่านภาษาอังกฤษของเพื่อนๆ ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น ลองนั่งพูดคุยและวิเคราะห์เนื้อเรื่องกับเพื่อนๆ หรือ คุณครูเจ้าของภาษา เป็นภาษาอังกฤษดู วิธีนี้จะช่วยให้ได้ฝึกสกิล Critical thinking และ สกิลการพูดภาษาอังกฤษด้วยนะ

อ่านภาษาอังกฤษจากหนังสือสารคดีประวัติศาสตร์: Diary of a Young Girl

“Diary of a Young Girl” หรือ “บันทึกลับ แอนน์ แฟรงค์” เป็นหนังสือสารคดีที่เขียนโดย แอนน์ แฟรงค์ เด็กสาวเชื้อสายยิวที่อาศัยอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ในช่วงที่นาซียึดครอง โดยหนังสือเล่มนี้อ้างอิงมาจากไดอารี่ที่แอนน์เขียนมาตลอด 2 ปี (1942-1944) ในช่วงที่ต้องซ่อนตัวจากพวกนาซี 

หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นในสไตล์ไดอารี่ มีบทสนทนาเรียบง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็มีคำศัพท์มากมายที่ช่วยให้เพื่อนๆ ได้เพิ่มคลังคำศัพท์ใหม่ๆ และก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

อ่านภาษาอังกฤษจากนิยายยังไงให้ได้ผล?

เป็นยังไงกันบ้าง? มีนิยายเล่มไหนที่ถูกใจเพื่อนๆ เป็นพิเศษบ้าง โดยสรุปแล้ว การอ่านนิยายภาษาอังกฤษก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราพัฒนาสกิลการอ่านภาษาอังกฤษได้อย่างไม่น่าเบื่อ เพื่อนๆ สามารถเพิ่มคลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้อย่างไม่รู้จบ และทำความเข้าใจโครงสร้างทางภาษาผ่านรูปประโยคและเรื่องราวที่สนุกสนาน
สุดท้ายนี้ เพื่อนๆ ต้องฝึกอ่านภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอ ทบทวนคำศัพท์บ่อยๆ รวมถึงหาโอกาสใช้สิ่งที่เรียนมาในชีวิตประจำวัน 

หากคุณกำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่เรียนกับ Native Speakers และมีบทเรียน Multimedia หลากหลาย ลองดูคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ของ Speak Up Thailand ที่ช่วยฝึกครบทุกทักษะ: ฟัง พูด อ่าน เขียน 

โปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นสุดคุ้มเฉพาะนักเรียนใหม่! คอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์

This will close in 0 seconds