
เจรจาต่อรองเป็นภาษาอังกฤษ | เทคนิคสำหรับนักธุรกิจ
ในยุคธุรกิจสากล เจรจาต่อรองภาษาอังกฤษ เป็นทักษะที่ไม่ได้ห้ามประมาณ นักธุรกิจที่มีความสามารถในการเจรจาต่อรองจะสามารถปิดดีลที่ดีขึ้น เพิ่มมูลค่าของตัวเองในตลาดงาน และสร้างความสัมพันธ์ธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น บทความนี้จะแนะนำ สำนวนเจรจาภาษาอังกฤษ เทคนิกที่ใช้งานจริง และ business negotiation phrases ที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการต่อรองราคาและเงื่อนไขต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ
- ทำไมทักษะเจรจาต่อรองถึงสำคัญต่อนักธุรกิจ?
- ขั้นตอนการเจรจาต่อรองแบบมืออาชีพ
- สำนวนต่อรองราคา
- ข้อควรทำและข้อหลีกเลี่ยงในการเจรจา
- ทำไมคุณควรเรียน English Negotiation Skills กับ Speak Up Thailand
- เทคนิคขั้นสูงสำหรับเจรจาต่อรอง
- Speak Up Thailand: ทางออกสำหรับการเจรจาต่อรองที่ประสบความสำเร็จ
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุป
ทำไมทักษะเจรจาต่อรองถึงสำคัญต่อนักธุรกิจ?
การเจรจาต่อรอง ไม่ใช่แค่เรื่องของการต่อรองราคา แต่เป็นศิลปะแห่งการสร้างข้อตกลงที่ทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ นักธุรกิจที่มีทักษะในการเจรจาต่อรองจะสามารถ:
- ปิดดีล ที่ได้ราคาที่ดีขึ้นและเงื่อนไขที่ชั่วใจ
- สร้างความไว้วางใจ ระหว่างตัวเองกับผู้บริหาร หรือลูกค้า
- หลีกเลี่ยงข้อขัดแย้ง (avoid conflicts) ผ่านการสื่อสารที่ชาญฉลาด
- เพิ่มกำลัง (empower) ตนเองในการตัดสินใจทางธุรกิจ
- สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว (long-term relationships) ที่มีค่า
ขั้นตอนการเจรจาต่อรองแบบมืออาชีพ
1. ขั้นเตรียมการ (Preparation Phase)
ก่อนลงมือเจรจาจริง การเตรียมการอย่างรอบคอบเป็นปัจจัยสำคัญ ควรทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอีกฝ่ายหนึ่ง ตลาด และราคาปกติ นอกจากนี้ ยังควรเขียนเป้าหมายและส่วนที่สามารถยินยอมได้ (walk-away point) ลงมา
สำนวนที่ใช้ในขั้นนี้:
“I’d like to do my homework on this before we proceed”
ผมอยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะเดินหน้า
ใช้เมื่อต้องการเวลาเพื่อเตรียมการ เป็นวิธีปฏิบัติที่สุภาพและมืออาชีพ
“Can you provide me with your quotation and terms of payment?”
คุณสามารถให้ใบเสนอราคาและเงื่อนไขการชำระเงินได้ไหม
ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเจรจา
2. ขั้นเปิดการเจรจา (Opening Phase)
การเปิดตัวในการเจรจากำหนดโทนและท่าทีของการเลือกเจรจา หากต้องการให้เจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น ควรสร้างความสุภาพ เน้นความสนใจร่วมกัน และชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเจรจาอย่างชัดเจน
“I appreciate the opportunity to work together. Shall we discuss how we can create a win-win situation?”
ผมขอบคุณที่ให้โอกาสในการทำงานร่วมกัน เราจะเลือกว่าจะแน่นอนสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายได้ไหม
ใช้เพื่อสร้างบรรยากาศหนึ่งของความร่วมมือและเหมาะสมตั้งแต่ต้น
“Let me share our initial position and I’d love to hear yours as well”
ให้ผมแบ่งปันตำแหน่งเบื้องต้นของเรา และผมอยากฟังตำแหน่งของคุณเช่นเดียวกัน
ใช้เพื่อสร้างการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สมดุลและเปิดกว้าง
3. ขั้นต่อรอง (Bargaining Phase)
นี่คือส่วนหลักของการเจรจาที่ทั้งสองฝ่ายแสดงความต้องการและเสนอวิธีแก้ปัญหา ระหว่างขั้นนี้ ควรฟังอย่างระมัดระวัง ถามคำถามเพื่อเข้าใจความต้องการที่แท้จริง และค่อยๆ ไปสู่ข้อตกลง
“Could you help me understand what’s most important to you in this deal?”
คุณสามารถช่วยให้ผมเข้าใจว่าสิ่งใดสำคัญที่สุดสำหรับคุณในข้อตกลงนี้
ใช้เพื่อค้นหาความต้องการพื้นฐานของอีกฝ่าย
“We might be able to reduce the price if you could commit to a longer contract”
เราอาจจะสามารถลดราคาได้ถ้าคุณสามารถสัญญาว่าจะใช้บริการในระยะเวลานานขึ้น
ใช้เมื่อต้องการเสนอสิ่งแลกเปลี่ยนที่เป็นธรรม
“That’s not possible, but we could explore other options. How about…?”
นั่นไม่เป็นไปได้ แต่เราสามารถสำรวจตัวเลือกอื่นได้ แล้ว…ล่ะ
ใช้เพื่อปฏิเสธอย่างสุภาพและเสนออีกทางเลือก
“Let me check with my manager and I’ll get back to you by tomorrow”
ให้ผมติดต่อผู้บริหารของผมและผมจะติดต่อคุณกลับพรุ่งนี้
ใช้เมื่อต้องการเวลาเพื่อพิจารณาข้อเสนอ
4. ขั้นปิดข้อตกลง (Closing Phase)
เมื่อทั้งสองฝ่ายเข้าใจความต้องการและมีเส้นทางเดินไปข้างหน้า ควรทำการสรุปข้อตกลงอย่างชัดเจน มีการยืนยันด้วยลายลักษณ์อักษร และแสดงความขอบคุณ
“Great! Let me summarize what we’ve agreed on to ensure we’re on the same page”
เยี่ยม! ให้ผมสรุปว่าสิ่งที่เราตกลงกันแล้วเพื่อให้แน่ใจว่าเราเข้าใจตรงกัน
ใช้เพื่อทำการสรุปและยืนยันข้อตกลง
“I’m very pleased with this outcome. Thank you for your flexibility”
ผมพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก ขอบคุณที่มีความยืดหยุ่น
ใช้เมื่อปิดข้อตกลงและต้องการแสดงความขอบคุณ
สำนวนต่อรองราคา
ต่อรองราคาเป็นหนึ่งในมิติที่สำคัญของการเจรจา ต่อไปนี้คือสำนวนที่มีประโยชน์:
“Your price is higher than the market rate. Can you offer a better deal?”
ราคาของคุณสูงกว่าราคาตลาด คุณสามารถเสนอราคาที่ดีกว่านี้ได้ไหม
“What volume discount do you offer for bulk orders?”
คุณให้ส่วนลดปริมาณเท่าไหร่สำหรับการสั่งซื้อจำนวนมาก
“Our budget is limited to $5,000. Is there a package that fits within this range?”
งบประมาณของเรากำหนดอยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์ มีแพ็คเกจใดที่เหมาะสมกับช่วงนี้ไหม
“If you lower the price to $X, we can sign the contract today”
ถ้าคุณลดราคาเหลือ $X เราสามารถลงนามในสัญญาได้วันนี้
ข้อควรทำและข้อหลีกเลี่ยงในการเจรจา
✓ ควรทำ (DOs)
- ฟังอย่างระมัดระวัง (listen actively) มากกว่าพูด
- ถามคำถามแบบเปิด (open-ended questions) เพื่อเข้าใจความต้องการ
- ตั้งสมมติฐาน (be prepared) ด้วยข้อมูลและตัวเลขที่ถูกต้อง
- ใช้ท่าทีและนำเสนอตัวอย่างเป็นธรรม (fair proposals)
- รักษาความเย็นสติ (stay calm) ถึงแม้สถานการณ์จะเครียด
- บันทึกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร (document agreements)
- แสดงความเคารพต่อเวลาและความต้องการของอีกฝ่าย
✗ หลีกเลี่ยง (DON’Ts)
- อย่าวิจารณ์หรือดูถูกอีกฝ่าย (disrespect)
- อย่าตัดสินใจรีบด่วนโดยไม่คิดให้ดี
- อย่าแสดงอารมณ์โกรธหรือรู้สึกถูกทำร้าย (don’t get emotional)
- อย่าแกล้งว่าเป็นผู้มีอำนาจเมื่อไม่ได้เป็น
- อย่าบอกว่ายอมรับข้อตกลงแล้วแล้วมาปฏิเสธ
- อย่าบังคับให้อีกฝ่ายยอมรับที่ไม่เหมาะสม (unreasonable demands)
- อย่าแชร์ข้อมูลลับของบริษัทของคุณ
ทำไมคุณควรเรียน English Negotiation Skills กับ Speak Up Thailand
พัฒนาทักษะการเจรจาต่อรองภาษาอังกฤษของคุณ
ที่ Speak Up Thailand เรามี บริการตัวต่อตัว (one-on-one coaching) ที่ออกแบบเพื่อให้คุณเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
500+ Topics บทเรียนที่ครอบคลุม
Native Speakers ครูมืออาชีพ
Business English เฉพาะด้านธุรกิจ
ผลลัพธ์ที่วัดได้ ก้าวหน้าชัดเจน
ราคาเริ่มต้นเพียง 3,375 บาท/เดือน พร้อมการฝึกอบรมจากครูเจ้าของภาษา
เทคนิคขั้นสูงสำหรับเจรจาต่อรอง
Anchoring (การวางจุดเริ่มต้น)
วิธีการตั้งตัวเลขแรกในการเจรจาเป็นเรื่องสำคัญ ตัวเลขแรกที่ตั้งขึ้น (anchor) มักจะมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์สุดท้าย หากคุณเสนอราคาแรก ให้ตั้งราคาที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าเกณฑ์ที่คุณคาดหวังเล็กน้อย
Walking Away (ความยินดีที่จะเดินออกไป)
การรู้ว่าเมื่อใดควรเดินออกไปจากการเจรจาเป็นสิ่งสำคัญ หากข้อตกลงไม่ตรงตามเป้าหมาย หรือความต้องการพื้นฐานของคุณ การเดินออกไปอาจเป็นทัศนคติที่ดีที่สุด
Silence (ความเงียบ)
เมื่อเสนอข้อเสนอแล้ว อย่ารีบเติมเต็มข้อมูลเพิ่มเติม ให้อีกฝ่ายพูด ความเงียบมักจะตีความได้ว่าคุณมั่นใจในข้อเสนอของคุณ
Speak Up Thailand: ทางออกสำหรับการเจรจาต่อรองที่ประสบความสำเร็จ
ระบบการเรียนรู้ของ Speak Up Thailand ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝน business negotiation phrases ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสนับสนุน นักเรียนสามารถ:
- เรียนรู้จากนักพูดภาษาแม่ (native speakers) ที่มีประสบการณ์ธุรกิจจริง
- ฝึกการเจรจาต่อรองจริงผ่านการบทบาทสมมติ (role-play scenarios)
- ได้รับข้อเสนอแนะ (feedback) ตัวต่อตัวเพื่อปรับปรุงการออกเสียง การสำนวน และกลยุทธ์
- สร้างความมั่นใจ (confidence) ในการพูดจาภาษาอังกฤษในสถานการณ์ทางธุรกิจ
- เข้าถึง 500+ หัวข้อเกี่ยวกับ English negotiation skills และเรื่องธุรกิจอื่นๆ
พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า?
เริ่มเรียนรู้เจรจาต่อรองภาษาอังกฤษกับครูมืออาชีพของเรา
บริการ: ตัวต่อตัว (One-on-one) + 500+ Topics + Native Speakers + Business English
ราคาเริ่มต้น: 3,375 บาท/เดือน
📱 ติดต่อ LINE OA ของเรา 💬 แอด Speak Up Thailand
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สรุป
เจรจาต่อรองเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้และปรับปรุงได้ เมื่อคุณเข้าใจขั้นตอนต่างๆ เรียนรู้สำนวนที่เหมาะสม และปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ คุณจะเห็นความก้าวหน้าอย่างมากในความสามารถในการเจรจาต่อรองภาษาอังกฤษของคุณ
หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ English negotiation skills, สำนวนเจรจา, business negotiation phrases และอื่นๆ ให้ติดต่อ Speak Up Thailand ผ่าน LINE OA วันนี้ เรามีครูเจ้าของภาษา 500+ หัวข้อ และราคาที่ยุติธรรม (เริ่มต้น 3,375 บาท/เดือน)
เริ่มต้นการเดินทางของคุณ
ไม่ว่าคุณจะต้องการพัฒนา negotiation skills หรือความสามารถด้านการสื่อสารธุรกิจ เรามีแพ็คเกจที่เหมาะสมสำหรับคุณ

