
ประชุมภาษาอังกฤษ: 80 สำนวนและเทคนิคพูดในห้องประชุมจริง ฉบับคนทำงาน
สำหรับคนทำงานบริษัทต่างชาติหรือทีมที่ต้องประชุมกับลูกค้าต่างประเทศ มักมีปัญหาในเรื่องของ “ฟังเข้าใจแต่พูดไม่ได้” หรือ “อยากชี้แจ้งแต่กลัวไม่สุภาพ” เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในการประชุมภาษาอังกฤษ จากผลสำรวจผู้เรียนของ Speak Up Thailand มากกว่า 500 คน ในช่วงปี 2024–2025 พบว่า กว่า 72% ยอมรับว่ามี “ภาวะไม่กล้าแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม” กล่าวคือ แม้จะเข้าใจเนื้อหา แต่ไม่มั่นใจเพียงพอที่จะสื่อสารหรือแสดงความคิดเห็นออกไปเป็นภาษาอังกฤษ
ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากการรู้คำศัพท์น้อย แต่เกิดจากการไม่รู้ “ชุดสำนวน” (chunks) ที่เจ้าของภาษาใช้ในบริบทการประชุม การพยายามแปลจากไทยเป็นอังกฤษทีละคำในสถานการณ์ที่กดดันทำให้ประโยคยาว ฟังดูแข็งทื่อ และมักพลาดโอกาสในการแสดงความเห็น ทางแก้คือเรียนรู้สำนวนสำเร็จรูปที่เจ้าของภาษาใช้จริง แล้วฝึกจนกลายเป็นธรรมชาติ
บทความนี้รวบรวม 80 สำนวนการประชุมภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริง แบ่งตาม 10 สถานการณ์ ตั้งแต่เปิดประชุม ขอความคิดเห็น คัดค้านอย่างสุภาพ จัดการคนพูดแทรก ไปจนถึงปิดประชุม พร้อมเทคนิคจากครูเจ้าของภาษาที่สอนผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำในไทยมามากกว่า 10 ปี
- 1. เปิดประชุมภาษาอังกฤษ: ประธานต้องพูดอะไรก่อน
- 2. ดำเนินการตาม Agenda และเชื่อมโยงหัวข้อ
- 3. ขอและให้ความคิดเห็น: วิธีพูดแบบมืออาชีพ
- 4. คัดค้านอย่างสุภาพ: ศิลปะการไม่เห็นด้วยแบบฝรั่ง
- 5. ฟังไม่ทันต้องทำอย่างไร: สำนวนขอให้พูดซ้ำ
- 6. เสนอแนะและตัดสินใจ: ภาษาของผู้นำประชุม
- 7. จัดการคนพูดแทรกและรักษาบทบาทของตัวเอง
- 8. สรุปประชุมและ Action Items
- 9. ปิดประชุมอย่างมืออาชีพ
- 10. วัฒนธรรมการประชุม: สิ่งที่คนไทยมักเข้าใจผิด
- เทคนิคฝึกภาษาอังกฤษในห้องประชุมให้คล่องใน 60 วัน
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุปและขั้นตอนถัดไป
1. เปิดประชุมภาษาอังกฤษ: ประธานต้องพูดอะไรก่อน
การเปิดประชุมที่ดีช่วยสร้างบรรยากาศและกำหนดทิศทางของการสนทนา ประธานการประชุม (chairperson) มีหน้าที่หลัก 4 อย่าง ได้แก่ ต้อนรับผู้เข้าร่วม ระบุวัตถุประสงค์ แนะนำ agenda และกำหนดเวลา การใช้สำนวนที่ตรงและกระชับจะทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้น
หากคุณไม่ใช่ประธานแต่เป็นผู้เข้าร่วม สำนวนเปิดประชุมแบบสั้นๆ เช่น การทักทายหรือการถามว่า “Are we all here?” ก็ยังคงเป็นประโยชน์ เพราะช่วยสร้างบรรยากาศเป็นมิตรก่อนเริ่มการประชุม
เคสจากผู้เรียน Speak Up Thailand: ผู้จัดการฝ่ายขายคนหนึ่งของบริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มในกรุงเทพฯ เคยนั่งเงียบในประชุมกับทีมสิงคโปร์ทุกครั้งจน CEO เรียกคุยส่วนตัว หลังฝึกสำนวนเปิดประชุมและการ small talk 4 สัปดาห์ เธอสามารถนำการประชุมสั้นๆ 15 นาทีได้ด้วยตัวเอง
8 สำนวนเปิดประชุมที่ใช้บ่อยที่สุด
1. Good morning everyone. Thank you for joining us today. (สวัสดีครับทุกคน ขอบคุณที่มาร่วมประชุมวันนี้)
2. Let’s get started, shall we? (เริ่มกันเลยนะครับ)
3. The main purpose of today’s meeting is to review Q2 performance. (วัตถุประสงค์หลักของการประชุมวันนี้คือทบทวนผลงานไตรมาสที่ 2)
4. I’ve sent the agenda ahead of time. Has everyone had a chance to look at it? (ผมส่ง agenda ล่วงหน้าแล้ว ทุกคนได้ดูกันหรือยัง)
5. We have three main items on the agenda today. (เรามี 3 หัวข้อหลักในวันนี้)
6. Let me quickly introduce today’s participants. (ขอแนะนำผู้เข้าร่วมในวันนี้สั้นๆ)
7. I hope we can wrap up in 45 minutes. (ผมหวังว่าเราจะจบได้ใน 45 นาที)
8. Before we dive in, does anyone have any announcements? (ก่อนที่เราจะเริ่ม มีใครมีเรื่องประกาศไหม)
เทคนิคเปิดประชุมแบบ Virtual / Online Meeting
การประชุมออนไลน์ผ่าน Zoom, Google Meet หรือ Microsoft Teams ต้องใช้สำนวนเฉพาะเพิ่มเติม เช่น ตรวจสอบเสียงและภาพ การแชร์หน้าจอ และจัดการผู้เข้าร่วมที่อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร
ประโยคเริ่มต้นที่ใช้บ่อย ได้แก่ “Can everyone hear me clearly?” (ทุกคนได้ยินชัดไหม), “Please let me know if the sound cuts out.” (บอกผมด้วยถ้าเสียงขาด), “I’ll be sharing my screen in a moment.” (ผมจะแชร์หน้าจอเดี๋ยวนี้), และ “Feel free to use the chat if you have questions.” (ใช้ช่องแชทถามคำถามได้เลย)
2. ดำเนินการตาม Agenda และเชื่อมโยงหัวข้อ
การดำเนินประชุมตาม agenda อย่างมีระเบียบช่วยประหยัดเวลาและทำให้ทุกคนโฟกัส ประธานต้องเปลี่ยนหัวข้อให้ smooth ไม่ให้ประชุมออกนอกเรื่อง สำนวนกลุ่มนี้จึงมีบทบาทสำคัญมาก
8 สำนวนเชื่อมโยงหัวข้อ (Transition Phrases)
- Let’s move on to the next item. (ไปเรื่องถัดไปกัน)
- That brings us to our second point. (นั่นนำเราไปสู่ประเด็นที่สอง)
- Before we move on, are there any questions on this topic? (ก่อนไปเรื่องอื่น มีคำถามเรื่องนี้ไหม)
- I think we’ve covered this thoroughly. Shall we proceed? (ผมคิดว่าเราคุยเรื่องนี้ครบถ้วนแล้ว ไปต่อไหมครับ)
- Let’s come back to this point later. (เก็บประเด็นนี้ไว้คุยทีหลัง)
- We’re running short on time, so let’s focus on the key decisions. (เวลาเริ่มกระชั้น ขอโฟกัสที่การตัดสินใจสำคัญ)
- Moving on to item number three on the agenda. (ต่อไปที่หัวข้อที่สามใน agenda)
- Actually, this relates to what Sarah mentioned earlier. (จริงๆ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับที่ซาร่าห์พูดไว้ตอนต้น)
3. ขอและให้ความคิดเห็น: วิธีพูดแบบมืออาชีพ
การแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมต้องการความสมดุล ระหว่างความมั่นใจและความสุภาพ ผู้เรียนคนไทยมักลังเลเพราะกลัวพูดผิดหรือฟังดูไม่สุภาพ ทางแก้คือใช้สำนวนสำเร็จรูปที่เจ้าของภาษาใช้จริง ซึ่งมีทั้งแบบทางการ และแบบเน้นความเป็นกันเอง
ครู Native Speaker ที่ Speak Up Thailand สอนว่าให้เริ่มจากสำนวนกลางๆ ก่อนเช่น “In my opinion…” แล้วค่อยขยับไปใช้สำนวนที่แสดงถึงความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
10 สำนวนขอและให้ความคิดเห็น
- What are your thoughts on this? (คุณคิดยังไงเรื่องนี้)
- I’d like to hear your perspective. (อยากฟังมุมมองของคุณ)
- Does anyone have any comments? (มีใครมีความเห็นไหม)
- From my point of view… (ในมุมมองของผม…)
- In my experience… (จากประสบการณ์ของผม…)
- I strongly believe that… (ผมเชื่อมั่นว่า…)
- Based on the data, I would suggest… (จากข้อมูล ผมขอเสนอว่า…)
- If you ask me… (ถ้าถามผมนะ…)
- I’d like to add something here. (ผมขอเสริมตรงนี้)
- Let me play devil’s advocate for a moment. (ขอเล่นบทคัดค้านสักครู่)
4. คัดค้านอย่างสุภาพ: ศิลปะการไม่เห็นด้วยแบบฝรั่ง
วัฒนธรรมการประชุมของเจ้าของภาษาแตกต่างจากไทยตรงที่การคัดค้านถือเป็นการมีส่วนร่วมเชิงบวก ไม่ใช่การเสียหน้าของผู้ถูกคัดค้าน อย่างไรก็ตาม วิธีการคัดค้านก็ต้องนุ่มนวลและสร้างสรรค์ เพื่อไม่ให้บรรยากาศเสีย
สำนวนคัดค้านที่ดีมักเริ่มด้วยการยอมรับความเห็นของอีกฝ่ายก่อน (acknowledging) แล้วค่อยเสนอมุมมองที่ต่างออกไป โครงสร้างนี้เรียกว่า “Yes-But Structure” หรือบางครั้งเรียก “Soft Opposition”
8 สำนวนคัดค้านแบบสุภาพ
- I see your point, but I think… (ผมเข้าใจที่คุณพูด แต่ผมคิดว่า…)
- That’s a valid point. However, we should also consider… (จุดที่คุณพูดมีเหตุผล แต่เราควรพิจารณา…ด้วย)
- I respectfully disagree because… (ผมขอไม่เห็นด้วยด้วยความเคารพ เพราะ…)
- I’m not entirely convinced. Can you elaborate? (ผมยังไม่เชื่อทั้งหมด ช่วยขยายความได้ไหม)
- I see it a bit differently. (ผมมองต่างนิดนึง)
- With all due respect, I think we need to reconsider. (ด้วยความเคารพ ผมคิดว่าเราควรพิจารณาใหม่)
- That might work, but have we thought about…? (อาจจะได้ผล แต่เราคิดถึง…กันแล้วหรือยัง)
- I have some concerns about this approach. (ผมมีข้อกังวลบางอย่างเกี่ยวกับแนวทางนี้)
สิ่งที่ห้ามพูด: 4 ประโยคที่ทำให้ฟังดูหยาบคาย
ประโยคต่อไปนี้แปลตรงตัวจากไทยอาจฟังดูปกติ แต่ในบริบทการประชุมฝรั่งถือว่าหยาบคายและตัด connection ทันที ควรหลีกเลี่ยง
ผิด: “You are wrong.” → ถูก: “I see it differently.” หรือ “Let’s double-check that data.”
ผิด: “That’s a bad idea.” → ถูก: “I’m not sure that’s the best approach.”
ผิด: “No, no, no.” → ถูก: “I’d like to offer another perspective.”
ผิด: “That doesn’t make sense.” → ถูก: “Could you help me understand your reasoning?”
5. ฟังไม่ทันต้องทำอย่างไร: สำนวนขอให้พูดซ้ำ
หนึ่งในปัญหาหลักที่ผู้เรียนของ Speak Up Thailand พบในการประชุมภาษาอังกฤษ คือ “การฟังไม่ทัน” โดยเฉพาะเมื่อคู่สนทนาเป็นเจ้าของภาษา พูดด้วยความเร็ว หรือใช้สำนวนที่ไม่คุ้นเคย อย่างไรก็ตาม การกล้าขอให้คู่สนทนาพูดซ้ำหรืออธิบายเพิ่มเติม ถือเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้สามารถติดตามการประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่พลาดประเด็นสำคัญ
แม้ว่าหลายคนอาจกังวลว่าการขอให้พูดซ้ำจะทำให้ดูไม่เข้าใจหรือไม่เป็นมืออาชีพ แต่ในวัฒนธรรมการทำงานแบบตะวันตก การขอความชัดเจนถือเป็นเรื่องปกติ และยังสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดของงานอีกด้วย ในทางกลับกัน หากปล่อยผ่านโดยไม่เข้าใจอย่างแท้จริง อาจนำไปสู่ความคลาดเคลื่อนและข้อผิดพลาดที่ส่งผลกระทบมากกว่าในภายหลัง
10 สำนวนขอให้พูดซ้ำและขยายความ
- I’m sorry, could you repeat that, please? (ขอโทษ ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม)
- Could you speak a bit more slowly? (พูดช้าลงหน่อยได้ไหม)
- I didn’t quite catch that last part. (ผมตามส่วนท้ายไม่ทัน)
- What do you mean by…? (คุณหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า…)
- Could you clarify that for me? (ช่วยอธิบายให้ชัดเจนอีกนิด)
- Sorry, I’m not following. (ขอโทษ ผมตามไม่ทัน)
- Can you give an example? (ยกตัวอย่างได้ไหม)
- Just to make sure I understood correctly… (เพื่อความแน่ใจว่าผมเข้าใจถูก…)
- So what you’re saying is… is that right? (คุณกำลังบอกว่า…ใช่ไหม)
- Could you put that in simpler terms? (พูดให้ง่ายกว่านี้ได้ไหม)
เทคนิคจดบันทึก: ทำ mind map ระหว่างประชุม
ครูที่ Speak Up Thailand แนะนำให้ผู้เรียนจด mind map แทนการจดเป็นประโยค เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง การแปลในใจและจดพร้อมกันทำให้สมองล่า การจด keyword และลูกศรเชื่อมโยงแทน จะช่วยให้ตามประชุมทันและกลับมาอ่านบันทึกเข้าใจ
เทคนิคเพิ่มเติมคือจดเป็นสัญลักษณ์ เช่น ? แทนจุดที่ยังไม่เข้าใจ,! แทนประเด็นสำคัญ, → แทนเหตุและผล, ○ แทน action item ที่ตัวเองต้องทำ
6. เสนอแนะและตัดสินใจ: ภาษาของผู้นำประชุม
เมื่อต้องเสนอแนวทางหรือตัดสินใจในที่ประชุม การใช้สำนวนที่ถูกต้องจะช่วยให้ข้อเสนอของคุณมีน้ำหนักและได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง ความแตกต่างระหว่าง “I think we should…” กับ “I propose that we…” เป็นเรื่องของ tone ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ
10 สำนวนเสนอแนะและตัดสินใจ
- I’d like to propose that we… (ผมอยากเสนอว่าเรา…)
- My suggestion would be to… (ข้อเสนอแนะของผมคือ…)
- Why don’t we try…? (ทำไมเราไม่ลอง…)
- What if we…? (ถ้าเรา…ล่ะ)
- How about we…? (เราลอง…กันไหม)
- Let’s put it to a vote. (โหวตกันเถอะ)
- Are we all in agreement? (เห็นด้วยทั้งหมดไหม)
- I think we’ve reached a consensus. (ผมคิดว่าเราเห็นตรงกันแล้ว)
- Let’s park this for now and come back to it next week. (เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน กลับมาคุยสัปดาห์หน้า)
- We need a decision by end of day. (เราต้องการการตัดสินใจภายในสิ้นวันนี้)
7. จัดการคนพูดแทรกและรักษาบทบาทของตัวเอง
ในประชุมที่มีหลายคนร่วม มีโอกาสที่คุณจะถูกขัดจังหวะหรือพูดแทรก ความสามารถในการรักษาบทบาทของตัวเองขณะเดียวกันก็เคารพผู้อื่นเป็นทักษะที่สำคัญ การใช้สำนวนสุภาพเพื่อ “กลับมาที่ประเด็นเดิม” ช่วยให้คุณควบคุมการสนทนาได้
8 สำนวนจัดการคนพูดแทรก
- Sorry to interrupt, but… (ขอโทษที่แทรก แต่…)
- Before you go on, can I just add something quickly? (ก่อนที่คุณจะพูดต่อ ขอเสริมสั้นๆ ได้ไหม)
- If I could just finish my point… (ขอผมพูดประเด็นของผมให้จบก่อน…)
- Let me just wrap up what I was saying. (ขอผมสรุปสิ่งที่พูดให้จบก่อน)
- I’d like to finish, if I may. (ผมอยากพูดให้จบ ถ้าคุณอนุญาต)
- Let’s hear John out first. (ฟังจอห์นพูดให้จบก่อน)
- Could we let everyone finish before responding? (ให้ทุกคนพูดจบก่อนตอบได้ไหม)
- I’ll come back to that in a moment. (ผมจะกลับมาที่ประเด็นนั้นสักครู่)
8. สรุปประชุมและ Action Items
การสรุปประชุมเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ตกลงว่าใครต้องทำอะไรต่อ การสรุปที่ดีทำให้ไม่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนและมี accountability ชัดเจน
ผู้เรียน Speak Up Thailand ที่ทำงานในบริษัทญี่ปุ่นคนหนึ่งเล่าว่า หลังจากนำเทคนิคสรุป action items ไปใช้ ความขัดแย้งเรื่อง “ใครควรทำอะไร” ในทีมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะทุกคนออกจากห้องประชุมเข้าใจตรงกัน
8 สำนวนสรุปประชุม
- Let me summarize the key points. (ผมขอสรุปประเด็นสำคัญ)
- So to recap… (สรุปก็คือ…)
- The action items from today’s meeting are… (action items จากประชุมวันนี้คือ…)
- John, you’ll handle the client proposal by Friday. (จอห์น คุณจะดูแลข้อเสนอลูกค้าภายในวันศุกร์)
- Let’s set a follow-up meeting for next week. (เรานัดประชุมติดตามสัปดาห์หน้า)
- I’ll send out the minutes by tomorrow morning. (ผมจะส่งบันทึกประชุมภายในเช้าพรุ่งนี้)
- Any final comments before we wrap up? (มีความเห็นสุดท้ายก่อนเราจบประชุมไหม)
- Thank you all for your time. (ขอบคุณทุกคนสำหรับเวลา)
9. ปิดประชุมอย่างมืออาชีพ
การปิดประชุมที่ดีทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกว่าเวลาที่ใช้คุ้มค่าและพร้อมจะทำตาม action items การใช้สำนวนจบที่อบอุ่นและเป็นมืออาชีพสร้างความรู้สึกดีที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระยะยาว
6 สำนวนปิดประชุม
- I think that’s all we need to cover today. (คิดว่าเราครอบคลุมทุกอย่างแล้ววันนี้)
- If there’s nothing else, let’s end the meeting. (ถ้าไม่มีเรื่องอื่น ก็จบประชุมกันนะครับ)
- Have a great rest of your day. (ขอให้วันที่เหลือเป็นวันที่ดี)
- Talk to you all soon. (เจอกันเร็วๆ นี้)
- Thanks for a productive discussion. (ขอบคุณสำหรับการพูดคุยที่มีผล)
- Let’s reconvene on Thursday at 10 AM. (นัดประชุมครั้งหน้าวันพฤหัสฯ 10 โมง)
10. วัฒนธรรมการประชุม: สิ่งที่คนไทยมักเข้าใจผิด
นอกจากสำนวนแล้ว วัฒนธรรมการประชุมเป็นเรื่องที่สร้าง culture shock ให้กับคนไทยบ่อยมาก การทำงานกับเจ้าของภาษาหรือทีมนานาชาติต้องเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้
ที่ Speak Up Thailand ครู Native Speaker มักแนะนำให้ผู้เรียนปรับ mindset ไม่ใช่แค่ภาษา เพราะต่อให้พูดได้คล่องแต่ใช้วัฒนธรรมไม่เหมาะก็ยังเกิดปัญหาในที่ทำงาน
5 ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
ความเข้าใจผิด 1: “เงียบคือสุภาพ” — ในวัฒนธรรมตะวันตก การเงียบในประชุมอาจถูกมองว่าไม่มีความเห็น ไม่มีส่วนร่วม หรือไม่เห็นด้วยแต่ไม่กล้าพูด ควรพูดอย่างน้อย 1-2 ครั้งในทุกประชุม
ความเข้าใจผิด 2: “ต้องรอผู้ใหญ่พูดก่อน” — ในประชุมฝรั่ง ผู้เข้าร่วมทุกคนมีสิทธิ์พูดเท่ากัน การรอให้ผู้อาวุโสพูดก่อนอาจดูแปลก เจ้าของภาษาคาดหวังให้ทุกคนร่วมแสดงความเห็น
ความเข้าใจผิด 3: “คัดค้านคือไม่เคารพ” — ในตะวันตก การคัดค้านอย่างสุภาพแสดงว่าคุณคิดวิเคราะห์และใส่ใจ ไม่ใช่การดูหมิ่น ตราบใดที่ใช้ภาษานุ่มนวลและเน้นที่ปัญหา ไม่ใช่ตัวบุคคล
ความเข้าใจผิด 4: “ประชุมต้องใช้เวลานาน” — วัฒนธรรมการประชุมฝรั่งเน้นประสิทธิภาพ การประชุม 30 นาทีแต่มีผลดีกว่า 3 ชั่วโมงไร้ทิศทาง การเริ่มตรงเวลาและจบตรงเวลาถือเป็นมารยาทสำคัญ
ความเข้าใจผิด 5: “ต้องตอบทุกคำถามทันที” — หากไม่รู้คำตอบ การพูดว่า “Let me check and get back to you” ถือว่าเป็นมืออาชีพกว่าการเดาคำตอบ ไม่ใช่การเสียหน้า
Small Talk ก่อนและหลังประชุม
Small talk หรือการสนทนาทั่วไปสั้นๆ ก่อนเข้าเรื่องและหลังจบประชุม เป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมการทำงานของชาวต่างชาติ ช่วยสร้างความสนิทและทำให้ความร่วมมือทางธุรกิจราบรื่น
หัวข้อ small talk ที่ปลอดภัย ได้แก่ สภาพอากาศ การเดินทาง งานอดิเรก วันหยุดที่ผ่านมา หรือข่าวสารทั่วไป (ที่ไม่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน) หัวข้อที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ การเมือง ศาสนา เงินเดือน และปัญหาส่วนตัว
ประโยค small talk ที่ใช้บ่อย: “How was your weekend?” (สุดสัปดาห์เป็นอย่างไร), “Did you do anything exciting?” (ได้ทำอะไรสนุกไหม), “How’s everything?” (เป็นไงบ้าง), “Have you seen the news about…?” (เห็นข่าวเรื่อง…ไหม)
เทคนิคฝึกภาษาอังกฤษในห้องประชุมให้คล่องใน 60 วัน
การฝึกสำนวนเหล่านี้ให้กลายเป็นธรรมชาติต้องใช้เวลาและวิธีที่ถูกต้อง ทีม Speak Up Thailand ได้พัฒนาแผน 60 วันสำหรับผู้เรียนที่ต้องการยกระดับภาษาอังกฤษในห้องประชุมจากผลการสอนผู้บริหารจากกว่า 30 บริษัทชั้นนำ
แผน 4 สัปดาห์แรก: สร้างฐาน
สัปดาห์ 1 ท่องสำนวนเปิด-ปิดประชุม 14 ประโยคจนคล่องโดยไม่ต้องคิด ฝึกพูดหน้ากระจกวันละ 10 นาที
สัปดาห์ 2 ฝึกสำนวนให้ความคิดเห็นและคัดค้านสุภาพ 18 ประโยค ใช้เทคนิค shadowing (ฟังแล้วพูดตาม) จากคลิป TED Talks
สัปดาห์ 3 ฝึกสำนวนขอให้พูดซ้ำและขยายความ 10 ประโยค ฝึกดู Netflix แบบไม่มี subtitle ทดสอบความเข้าใจ
สัปดาห์ 4 ฝึกสำนวนสรุปและ action items 8 ประโยค เริ่มจดบันทึกประชุมจริงที่ทำงานเป็นภาษาอังกฤษ
สัปดาห์ที่ 5-8: ลงสนามจริง
สัปดาห์ 5-6 ตั้งเป้าพูดในประชุมอย่างน้อย 1 ครั้งต่อประชุม เริ่มจากสำนวนง่ายๆ เช่น การขอให้พูดซ้ำ หรือการเห็นด้วย
สัปดาห์ 7 ขอร่วมประชุมที่ตัวเองไม่ใช่คนนำ และฝึกเสนอข้อเสนอ 1-2 ข้อในแต่ละครั้ง
สัปดาห์ 8 ลองเป็นประธานประชุมสั้นๆ 15-20 นาที โดยใช้ agenda ที่เตรียมไว้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สรุปและขั้นตอนถัดไป
การประชุมภาษาอังกฤษเป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนได้ การมีชุดสำนวน 80 ประโยคในมือและเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานของเจ้าของภาษาจะช่วยให้คุณมั่นใจและมีส่วนร่วมในทุกการประชุม ไม่ว่าจะเป็นการประชุมภายในทีม การคุยกับลูกค้าต่างประเทศ หรือการนำเสนอต่อผู้บริหาร
การฝึกให้คล่องต้องใช้ทั้งความสม่ำเสมอและการได้ทดลองใช้จริง การมีครูที่ให้ feedback ทันทีจะช่วยย่นระยะเวลาการเรียนรู้ได้มาก เพราะคุณจะทราบทันทีว่าประโยคไหนฟังดูธรรมชาติ ประโยคไหนต้องปรับ

