
การโทรศัพท์ภาษาอังกฤษ สำนวนรับสาย-โทรออก ครบทุกสถานการณ์ธุรกิจ 2569
คุณเคยรับสายโทรศัพท์จากลูกค้าต่างชาติแล้วใจหายวาบไหม? หรือเคยโทรออกแล้วพูดไม่ออกตั้งแต่ประโยคแรกไหม? วัยทำงานส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าการใช้ โทรศัพท์ภาษาอังกฤษ คือหนึ่งในสถานการณ์ที่ตึงเครียดที่สุดในชีวิตการทำงาน ทั้งที่จริงแล้ว ทักษะนี้ฝึกได้และมีสูตรสำเร็จชัดเจน
บทความนี้รวบรวม สำนวนรับโทรศัพท์ภาษาอังกฤษ และสำนวนโทรออกครบทุกสถานการณ์ที่พบในที่ทำงานจริง ตั้งแต่การทักทายครั้งแรก การโอนสาย การฝากข้อความ ไปจนถึงการประชุมทางโทรศัพท์ (conference call) พร้อมตัวอย่างประโยคที่ใช้ได้จริงทันที และวิธีฝึกให้คล่องแบบที่ทีมงาน Speak Up Thailand ใช้สอนวัยทำงานมาแล้วหลายพันคน
- ทำไมทักษะ telephone english ถึงสำคัญกว่าที่คิด
- สำนวนรับโทรศัพท์ภาษาอังกฤษ — เปิดบทสนทนาอย่างมืออาชีพ
- สำนวนโทรออกภาษาอังกฤษ — พูดอย่างมั่นใจตั้งแต่ประโยคแรก
- สำนวนกลางการสนทนา — ถามซ้ำ โอนสาย ยืนยันข้อมูล
- phone conversation ในสถานการณ์ธุรกิจที่พบบ่อย
- ตารางเปรียบเทียบ รับโทรศัพท์ อังกฤษ — ทางการ vs ทั่วไป
- ข้อผิดพลาดที่วัยทำงานมักทำเมื่อคุยโทรศัพท์ภาษาอังกฤษ
- วิธีฝึกโทรศัพท์ภาษาอังกฤษให้คล่องในชีวิตประจำวัน
- เคสจริงจาก Speak Up Thailand
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุป — เริ่มต้นพัฒนาทักษะ telephone english วันนี้
ทำไมทักษะ telephone english ถึงสำคัญกว่าที่คิด
จากข้อมูลของ EF English Proficiency Index ปี 2024 ไทยอยู่อันดับที่ 116 จาก 123 ประเทศ ในกลุ่ม ‘Very Low’ โดยเฉพาะทักษะ speaking ที่คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 377 จากคะแนนเต็ม 800 ซึ่งหมายความว่าคนไทยส่วนใหญ่สามารถอ่านหรือฟังได้บ้าง แต่พอต้องพูดโทรศัพท์จริงๆ ก็มักติดขัด
ทักษะการใช้ โทรศัพท์ภาษาอังกฤษ แตกต่างจากการสนทนาทั่วไปตรงที่ คุณไม่มีภาษากาย (body language) ช่วย ไม่มีการแสดงหน้าตาเพื่อสื่อความหมาย และมักมีเสียงรบกวนหรือสัญญาณที่ไม่ดีร่วมด้วย ทำให้ทักษะ listening และ speaking ต้องแม่นยำกว่าปกติมาก
แต่ผลตอบแทนจากทักษะนี้ก็สูงมากเช่นกัน จาก Adecco Thailand Salary Guide พบว่าพนักงานที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้มั่นใจมีโอกาสได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งมากกว่าเพื่อนร่วมงานถึง 30-40% โดยเฉพาะในบริษัทที่มีการทำงานกับลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ต่างชาติเป็นประจำ
สำนวนรับโทรศัพท์ภาษาอังกฤษ — เปิดบทสนทนาอย่างมืออาชีพ
การ รับโทรศัพท์ ภาษาอังกฤษ อย่างมืออาชีพเริ่มจากประโยคแรกที่คุณพูด ซึ่งเป็นสิ่งที่คนฟังใช้ตัดสินว่าจะพูดต่อไปอย่างไร ประโยคแรกที่ดีควรมีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ การกล่าวทักทาย (greeting) ชื่อบริษัทหรือแผนก และข้อเสนอช่วยเหลือ
การกล่าวทักทายเบื้องต้น (Opening Greeting)
| สถานการณ์ | สำนวนทางการ (Formal) | สำนวนทั่วไป (Semi-formal) |
|---|---|---|
| รับสายแทนบริษัท | Good morning, ABC Company. This is [ชื่อ]. How may I help you? | ABC Company, [ชื่อ] speaking. How can I help? |
| รับสายแทนแผนก | Good afternoon, Sales Department. [ชื่อ] speaking. | Sales, this is [ชื่อ]. What can I do for you? |
| รับสายส่วนตัว | Hello, this is [ชื่อ] from [แผนก]. | Hi, [ชื่อ] here. |
| ช่วงนอกเวลาทำการ | You’ve reached [ชื่อบริษัท]. Our office is currently closed. Please leave a message. | [เหมือนกัน — ใช้ voicemail แทน] |
| ไม่ได้ยินชัด | I’m sorry, could you please repeat that? I didn’t quite catch your name. | Sorry, could you say that again? I didn’t catch that. |
วิธีถามและยืนยันชื่อผู้โทร
เมื่อรับสายและผู้โทรแนะนำตัว คุณควรยืนยันชื่อเสมอเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด โดยเฉพาะชื่อต่างชาติที่ออกเสียงยาก สำนวนที่ใช้บ่อยคือ:
• Could I have your name, please? — ขอทราบชื่อได้ไหมครับ/ค่ะ
• May I ask who’s calling? — ขอทราบว่าพูดกับใครครับ/ค่ะ
• I’m sorry, could you spell that for me? — ขอโทษนะครับ/ค่ะ ช่วยสะกดชื่อให้ฟังได้ไหม
• Just to confirm, that’s [ชื่อ], correct? — ยืนยันนะครับ/ค่ะ คุณ [ชื่อ] ใช่ไหม
• Thank you, [ชื่อ]. One moment please. — ขอบคุณครับ/ค่ะ รบกวนรอสักครู่นะครับ/ค่ะ
สำนวนให้รอสาย (Hold the Line)
การให้ลูกค้า hold the line เป็นส่วนที่หลายคนทำผิดพลาดบ่อยที่สุด เพราะมักพูดสั้นๆ ว่า ‘Wait!’ หรือ ‘Hold!’ ซึ่งฟังดูหยาบคาย สำนวนที่ถูกต้องและสุภาพมีดังนี้:
• Could you hold on a moment, please? — รบกวนรอสักครู่นะครับ/ค่ะ
• I’ll put you on hold for just a moment. — ขอ hold สายสักครู่ครับ/ค่ะ
• Please hold while I transfer your call. — กรุณา hold สายขณะที่ดิฉัน/ผมโอนสายให้นะครับ/ค่ะ
• Thank you for waiting. — ขอบคุณที่รอนะครับ/ค่ะ (พูดหลังจากลูกค้า hold แล้วกลับมา)
• I’m sorry to keep you waiting. — ขออภัยที่ให้รอนานนะครับ/ค่ะ
สำนวนโทรออกภาษาอังกฤษ — พูดอย่างมั่นใจตั้งแต่ประโยคแรก
การโทรออกไปหาลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ต่างชาติต้องการความมั่นใจสูงกว่าการรับสาย เพราะคุณเป็นฝ่ายริเริ่มบทสนทนาและต้องชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าโทรมาทำไม หลักการง่ายๆ คือ STAR: State your name — Tell your company — Announce your reason — Request action
เปิดบทสนทนาเมื่อโทรออก (Opening a Call)
• Hello, this is [ชื่อ] calling from [บริษัท]. May I speak with [ชื่อ], please?
• Good morning. My name is [ชื่อ] from [บริษัท]. I’m calling regarding [เรื่อง].
• Hi, this is [ชื่อ] from [แผนก] at [บริษัท]. Is [ชื่อ] available?
• I’m calling to follow up on the email I sent yesterday regarding [เรื่อง].
• I’m calling to confirm our meeting scheduled for [วันที่/เวลา].
เคล็ดลับ: พูดชื่อของคุณและบริษัทให้ช้าและชัดเจน เพราะผู้รับสายมักไม่ได้เตรียมตัวรับสายภาษาอังกฤษ และชื่อภาษาไทยอาจฟังยากสำหรับชาวต่างชาติ
สำนวนเมื่อคุยกับ Receptionist หรือ Secretary
เมื่อโทรออกไปยังบริษัทใหญ่ คุณมักต้องผ่าน receptionist ก่อนถึงคนที่ต้องการ สำนวนที่ควรรู้มีดังนี้:
• Could you put me through to [ชื่อ/แผนก]? — ช่วยโอนสายไปให้ [ชื่อ/แผนก] ได้ไหมครับ/ค่ะ
• Could you transfer me to the Sales Department? — ช่วยโอนสายไปที่แผนก Sales ได้ไหมครับ/ค่ะ
• I’d like to speak with the person in charge of purchasing. — ต้องการพูดกับผู้รับผิดชอบด้านการจัดซื้อครับ/ค่ะ
• Is [ชื่อ] in today? — [ชื่อ] อยู่ออฟฟิศวันนี้ไหมครับ/ค่ะ
• Could I leave a message for [ชื่อ]? — ฝากข้อความให้ [ชื่อ] ได้ไหมครับ/ค่ะ
สำนวนเมื่อคุยกับ Receptionist หรือ Secretary
เมื่อคนที่ต้องการไม่อยู่ คุณมีสองทางเลือก คือฝากข้อความกับคนรับสาย หรือฝากไว้ใน voicemail ทั้งสองแบบจะใช้สำนวนที่ต่างกัน:
ฝากข้อความกับคนรับสาย:
• Could you take a message, please? — ช่วยรับข้อความไว้ให้ได้ไหมครับ/ค่ะ
• Please tell [ชื่อ] that [ชื่อคุณ] from [บริษัท] called. — กรุณาบอก [ชื่อ] ว่า [ชื่อคุณ] จาก [บริษัท] โทรมาครับ/ค่ะ
• Please ask [ชื่อ] to call me back at [เบอร์]. — กรุณาขอให้ [ชื่อ] โทรกลับที่ [เบอร์] ด้วยครับ/ค่ะ
• I’ll call back later. Thank you. — จะโทรกลับมาใหม่ภายหลังครับ/ค่ะ ขอบคุณ
ฝาก voicemail (กรณีไม่มีคนรับ):
• Hi, this is [ชื่อ] from [บริษัท], calling on [วันที่/เวลา]. I’m calling regarding [เรื่อง]. Could you please call me back at [เบอร์]? Thank you.
• คำแนะนำ: พูดชัดๆ ช้าๆ โดยเฉพาะเบอร์โทรกลับ และพูดซ้ำสองครั้ง
สำนวนกลางการสนทนา — ถามซ้ำ โอนสาย ยืนยันข้อมูล
สิ่งที่ทำให้ phone conversation ล้มเหลวบ่อยที่สุดคือช่วงกลางการสนทนา เมื่อต้องถามซ้ำ ยืนยันข้อมูล หรือโอนสาย คนส่วนใหญ่ติดขัดตรงนี้เพราะไม่รู้สำนวน
ขอให้พูดช้าลงหรือทวนซ้ำ
• I’m sorry, could you please speak more slowly? — ขอโทษนะครับ/ค่ะ ช่วยพูดช้าลงได้ไหม
• Could you repeat that, please? — ช่วยพูดซ้ำอีกครั้งได้ไหมครับ/ค่ะ
• I didn’t quite catch that. Could you say it again? — ฟังไม่ค่อยชัดครับ/ค่ะ ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม
• I’m sorry, the line is a bit unclear. Could you repeat the last part? — สัญญาณไม่ค่อยดีครับ/ค่ะ ช่วยทวนส่วนท้ายได้ไหม
• Could you spell that for me? — ช่วยสะกดให้ฟังได้ไหมครับ/ค่ะ
ยืนยันและสรุปข้อมูล (Confirm and Summarize)
ก่อนจบการสนทนา ควรสรุปข้อมูลสำคัญเสมอ โดยเฉพาะนัดหมาย ราคา หรือข้อตกลงที่สำคัญ สำนวนที่ใช้บ่อยคือ:
• Just to confirm, [สรุปข้อมูล] — ยืนยันอีกครั้งนะครับ/ค่ะว่า [สรุปข้อมูล]
• Let me read that back to you — [ทวนข้อมูล]. Is that correct? — ขอทวนข้อมูลนะครับ/ค่ะ ถูกต้องไหม
• So the next step is [ขั้นตอน], correct? — ขั้นตอนต่อไปคือ [ขั้นตอน] ถูกต้องไหมครับ/ค่ะ
• I’ll send you an email to confirm the details. — จะส่งอีเมลยืนยันรายละเอียดให้นะครับ/ค่ะ
• Thank you for your time. Have a great day! — ขอบคุณสำหรับเวลานะครับ/ค่ะ มีวันที่ดีนะครับ/ค่ะ
สำนวนโอนสาย (Transfer a Call)
• I’ll transfer you to [ชื่อ/แผนก] now. Please hold. — โอนสายไปให้ [ชื่อ/แผนก] เลยนะครับ/ค่ะ กรุณา hold สายด้วย
• Let me put you through to someone who can help you. — ขอโอนสายให้คนที่ช่วยได้นะครับ/ค่ะ
• I’m transferring your call to our Technical Support team. — กำลังโอนสายไปที่ทีม Technical Support นะครับ/ค่ะ
• If we get disconnected, please call back and ask for extension [เลข]. — ถ้าหลุดสาย กรุณาโทรกลับแล้วขอ extension [เลข] นะครับ/ค่ะ
phone conversation ในสถานการณ์ธุรกิจที่พบบ่อย
นอกจากการรับ-โทรออกพื้นฐานแล้ว วัยทำงานยังต้องเผชิญกับสถานการณ์เฉพาะในชีวิตประจำวัน เช่น การนัดหมาย การร้องเรียน และการประชุมทางโทรศัพท์
นัดหมาย เลื่อนนัด และยกเลิกนัด
| สถานการณ์ | สำนวนที่ใช้ |
|---|---|
| นัดหมาย | I’d like to schedule a meeting with you. Are you available on [วัน] at [เวลา]? |
| ยืนยันนัด | I’m calling to confirm our meeting on [วัน] at [เวลา]. Is that still convenient for you? |
| เลื่อนนัด | I’m afraid I need to reschedule our meeting. Would [วัน/เวลาใหม่] work for you instead? |
| ยกเลิกนัด | I’m calling to cancel our appointment on [วัน]. I apologize for any inconvenience. |
| ขอเวลาเพิ่ม | Could we extend the meeting by 30 minutes? I have a few more items to cover. |
การร้องเรียนและขอโทษอย่างมืออาชีพ
สถานการณ์ที่ยากที่สุดสำหรับวัยทำงานชาวไทยคือการร้องเรียนหรือรับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้าต่างชาติ เพราะต้องใช้ทั้งสำนวนที่สุภาพและน้ำเสียงที่ถูกต้อง
• รับเรื่องร้องเรียน: I understand your concern and I sincerely apologize for the inconvenience.
• ขอโทษ: I’m very sorry to hear that. Let me look into this right away.
• ร้องเรียน (ฝั่งเรา): I’m calling because there seems to be an issue with [เรื่อง].
• ติดตามเรื่อง: I’m following up on the issue I reported last week. Has it been resolved?
• ยืนยันการแก้ไข: I want to confirm that the issue has been resolved to your satisfaction.
การประชุมทางโทรศัพท์ (Conference Call)
การประชุมทางโทรศัพท์กับทีมนานาชาติมีสำนวนเฉพาะที่ใช้บ่อยมาก เพราะต้องจัดการผู้เข้าร่วมหลายคนพร้อมกัน
• Let’s get started. Can everyone hear me clearly? — เริ่มเลยนะครับ/ค่ะ ทุกคนได้ยินชัดเจนไหม
• I’m sorry, who just joined? — ขอโทษนะครับ/ค่ะ ใครเพิ่งเข้ามาครับ/ค่ะ
• Let’s wait for everyone to join before we begin. — รอทุกคนเข้ามาก่อนนะครับ/ค่ะ
• Could you please mute yourself when you’re not speaking? — ช่วย mute เสียงตัวเองด้วยนะครับ/ค่ะ เมื่อไม่ได้พูด
• I’d like to hand it over to [ชื่อ] now. — ขอส่งต่อให้ [ชื่อ] ต่อเลยนะครับ/ค่ะ
• Let’s move on to the next agenda item. — ไปหัวข้อถัดไปในวาระการประชุมกันเลยนะครับ/ค่ะ
• Could everyone share their screens? — ทุกคนช่วยแชร์หน้าจอด้วยนะครับ/ค่ะ
• We’re running short on time. Let’s wrap up. — เวลาเริ่มน้อยแล้ว สรุปได้เลยนะครับ/ค่ะ
ตารางเปรียบเทียบ รับโทรศัพท์ อังกฤษ — ทางการ vs ทั่วไป
หนึ่งในปัญหาของผู้เรียนหลายคนคือการไม่รู้ว่าสำนวนไหน formal เกินไป และสำนวนไหนที่ใช้กับลูกค้าสำคัญแล้วอาจดูไม่สุภาพ ตารางนี้เปรียบเทียบให้เห็นชัดเจน
| สถานการณ์ | Formal (ลูกค้าสำคัญ / บริษัทใหญ่) | Semi-formal (เพื่อนร่วมงาน / พาร์ทเนอร์ทั่วไป) |
|---|---|---|
| รับสาย | Good morning, [บริษัท]. [ชื่อ] speaking. How may I assist you? | Hi, [ชื่อ] speaking. What’s up? |
| ให้รอสาย | Would you mind holding for a moment while I check that for you? | One sec, let me check. |
| ไม่รู้คำตอบ | I’m not in a position to answer that immediately. May I call you back? | I’m not sure. Let me find out and get back to you. |
| สิ้นสุดสาย | Thank you for calling [บริษัท]. Have a pleasant day. | Thanks for calling! Talk to you later. |
| ไม่มีคนรับสาย | I’m afraid [ชื่อ] is unavailable at the moment. May I take a message? | [ชื่อ] isn’t around right now. Want to leave a message? |
| ผิดหมายเลข | I’m afraid you may have the wrong number. This is [บริษัท]. | Sorry, I think you’ve got the wrong number. |
| สัญญาณไม่ดี | I do apologize, but I’m having some difficulty hearing you clearly. | Sorry, you’re breaking up. Can you call back? |
ข้อผิดพลาดที่วัยทำงานมักทำเมื่อคุยโทรศัพท์ภาษาอังกฤษ
จากประสบการณ์สอนวัยทำงานของ Speak Up Thailand พบข้อผิดพลาดที่ซ้ำๆ กัน 7 ประเภทหลัก ซึ่งส่วนใหญ่แก้ได้ง่ายหากรู้ตัวและฝึกอย่างถูกวิธี
1. พูดเร็วเกินไปเมื่อตื่นเต้น
โดยเฉพาะช่วงแนะนำตัว ซึ่งทำให้ผู้ฟังจับชื่อไม่ทัน แก้โดยฝึกหายใจก่อนพูด และพูดชื่อตัวเองช้าๆ สองครั้ง
2. ใช้คำว่า ‘Yes? Yes? Yes?’ แทน ‘I see’ หรือ ‘I understand’
การพยักหน้าและบอก ‘อ้อ’ แบบคนไทยไม่มีเสียงสื่อสาร ต้องใช้ verbal affirmations เช่น I see, I understand, That makes sense
3. ลืมยืนยันข้อมูลก่อนวางสาย
นัดหมายหรือข้อตกลงสำคัญที่ไม่ได้ทบทวนซ้ำก่อนวางสายมักนำไปสู่ความเข้าใจผิด
4. พูด ‘No problem’ แทน ‘Certainly’ หรือ ‘Of course’
‘No problem’ ฟังดูไม่เป็นทางการและบางวัฒนธรรมรู้สึกว่าไม่สุภาพ ควรใช้ ‘Certainly’, ‘Of course’, ‘Absolutely’ แทน
5. ไม่แนะนำตัวเมื่อโทรออก
โทรออกไปแล้วถามหาคนโดยไม่บอกว่าตัวเองเป็นใคร ทำให้ฟังดูน่าสงสัย
6. ใช้ ‘Sorry’ มากเกินไป
การขอโทษทุกประโยคทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ ใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น
7. ไม่ทวนข้อมูลสำคัญ
เบอร์โทร ชื่อ วันที่ และเวลาควรทวนซ้ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อผู้โทรใช้สำเนียงที่ไม่คุ้นเคย
วิธีฝึกโทรศัพท์ภาษาอังกฤษให้คล่องในชีวิตประจำวัน
การเรียนสำนวนอย่างเดียวไม่พอ คุณต้องฝึกจนกลายเป็น automatic เมื่อถึงเวลาจริง ต่อไปนี้คือวิธีฝึกที่ได้ผลจริงซึ่งไม่ต้องใช้เวลามากนัก
• Role-play กับตัวเอง: ฝึกสถานการณ์ต่างๆ โดยพูดออกเสียงจริง บันทึกเสียงตัวเอง แล้วฟังกลับ — วิธีนี้ช่วยให้รู้จุดอ่อนของตัวเองได้ดีมาก
• ฝึก shadowing: ฟัง podcast ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ business English แล้วพูดตาม จะช่วยพัฒนา rhythm และ intonation
• เปลี่ยนภาษาโทรศัพท์มือถือเป็นอังกฤษ: ฟังเสียงแจ้งเตือน voicemail เป็นภาษาอังกฤษ ทำให้คุ้นหูกับ phone vocabulary
• ดูซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่มีฉาก phone call: จดสำนวนที่น่าสนใจแล้วนำมาฝึกพูด
• หาคู่ฝึก (language partner): ฝึก role-play กับเพื่อนโดยกำหนดสถานการณ์ต่างๆ สลับกันเป็นผู้โทรและผู้รับสาย
• เรียนกับครู Native Speaker: เป็นวิธีที่เร็วที่สุดเพราะได้รับ feedback ทันที และฝึกกับสำเนียงจริง ซึ่ง Speak Up Thailand มีบริการคอร์สตัวต่อตัวและกลุ่มเล็กที่เน้นสถานการณ์จริง
เคสจริงจาก Speak Up Thailand
เคสต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่สะท้อนประสบการณ์จริงของผู้เรียนวัยทำงาน (ไม่ระบุชื่อจริง) สำหรับข้อมูลเคสลูกค้าเฉพาะเจาะจง กรุณาตรวจสอบกับทีม Speak Up Thailand ก่อน publish
เคสที่ 1 — พนักงาน IT บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์:
ลูกค้าอายุ 32 ปี ทำงานด้าน IT support และต้องรับสายจากลูกค้าต่างชาติที่ใช้บริการของบริษัทเป็นประจำ ปัญหาหลักคือตื่นเต้นมากเมื่อรับสายจนพูดไม่ออก หลังเรียนกับ Speak Up 3 เดือน ในหลักสูตร Small Group Business English เน้นสถานการณ์ phone support โดยเฉพาะ ปัจจุบันสามารถรับสายได้อย่างมั่นใจ จัดการ troubleshooting เบื้องต้นเป็นภาษาอังกฤษได้ และได้รับคำชมจากหัวหน้างาน [ผลลัพธ์เพิ่มเติมต้องตรวจสอบกับทีมก่อน publish]
เคสที่ 2 — ผู้บริหารระดับกลาง บริษัทส่งออก:
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ข้อมูล | ผู้บริหาร อายุ 38 ปี ต้องโทรประสานงานกับ buyer ต่างประเทศรายสัปดาห์ |
| ปัญหา | ไม่มั่นใจเรื่อง phone etiquette สากล กลัวทำให้ดูไม่มืออาชีพ |
| แนวทาง | เรียนหลักสูตร Private Business English 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ เน้น conference call และการเจรจาต่อรอง |
| ผลลัพธ์ | [ต้องตรวจสอบกับทีม Speak Up ก่อน publish] — โดยทั่วไปผู้เรียนระดับนี้สามารถดำเนินการ conference call ได้อย่างมั่นใจภายใน 2-3 เดือน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สรุป — เริ่มต้นพัฒนาทักษะ telephone english วันนี้
การใช้ โทรศัพท์ภาษาอังกฤษ อย่างมั่นใจไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ แต่เป็นเรื่องของสำนวนที่ถูกต้องและการฝึกอย่างสม่ำเสมอ บทความนี้ครอบคลุมสำนวนสำคัญกว่า 80 ประโยคที่ใช้ได้จริงใน phone conversation ทุกสถานการณ์ธุรกิจ
ขั้นตอนต่อไปคือการนำสำนวนเหล่านี้ไปฝึกออกเสียงจริงและใช้ในสถานการณ์จริง ถ้าต้องการพัฒนาเร็วขึ้นด้วยการฝึกกับครูเจ้าของภาษาและรับ feedback ทันที ทีมงาน Speak Up Thailand พร้อมช่วยคุณออกแบบเส้นทางการเรียนที่ตรงกับเป้าหมายและเวลาว่างของคุณโดยเฉพาะ

