
CEFR คืออะไร ทำไมจำเป็นสำหรับการเลือกคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ
ภาษาอังกฤษถือว่าเป็นหนึ่งในภาษาสากลที่ผู้คนทั่วโลกใช้สื่อสารกันมากที่สุด ไม่ว่าจะเพื่อการทำธุรกิจระหว่างประเทศ หรือ เรียนต่อต่างประเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมี CEFR หรือ “มาตรฐานการวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ” เพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบ หรือ กำหนดระดับความสามารถของผู้ใช้ภาษาได้อย่างชัดเจน
นอกจากนั้นแล้ว สำหรับใครที่กำลังมองหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ การมองหาหลักสูตรที่ออกแบบตามมาตรฐาน CEFR สามารถช่วยให้มั่นใจว่าเราสามารถฝึกภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นลำดับขั้นด้วยหลักสูตรที่มีคุณภาพ และช่วยกำหนดเป้าหมายการเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างชัดเจน
โดยระดับภาษาอังกฤษของ CEFR จะถูกแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ตั้งแต่ภาษาอังกฤษพื้นฐาน (ฺBeginner) จนถึง ระดับผู้เชี่ยวชาญ (Proficient) ซึ่งก็ถือว่า CEFR เป็นเครื่องมือในการประเมินระดับภาษาอังกฤษรวมถึงความสามารถทางภาษาที่มีประสิทธิภาพและเป็นต้นแบบมาตรฐาน (Standardized Framework) ให้กับการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษอื่นๆ เช่น IELTS หรือ TOEFL และครอบคลุมไปถึงมาตรฐานในการสอนภาษาอังกฤษอีกด้วย
ดังนั้น เมื่อพูดถึง CEFR กับ การเลือกคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ CEFR มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้เรียนเลือกคอร์สเรียน หรือ หลักสูตรที่เหมาะสมกับตัวเอง รวมไปถึงฝึกภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นระบบ รู้แนวทางการพัฒนาภาษาอังกฤษที่ชัดเจนจนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
สำหรับคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ที่ Speak Up Thailand นอกจากจะออกแบบตามมาตรฐาน CEFR แล้ว รูปแบบการเรียนและวิธีการสอนถูกออกแบบมาเพื่อวัยทำงาน หรือ ผู้ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไปโดยเฉพาะ รับข้อมูลโปรโมชั่นที่นี่
- ระดับ A1: เทียบเท่ากับ Beginner
- ระดับ A2: เทียบเท่ากับ Elementary
- ระดับ B1: เทียบเท่ากับ Intermediate
- ระดับ B2: เทียบเท่ากับ Upper Intermediate
- ระดับ C1: เทียบเท่ากับ Advanced
- ระดับ C2: เทียบเท่ากับ Proficient
การแบ่งระดับภาษาอังกฤษของ CEFR แบบนี้ ช่วยให้ผู้เรียนภาษาอังกฤษทราบว่าในแต่ละระดับมีเป้าหมายในการเรียนอย่างไร เช่น ระดับ A1 ผู้เรียนจะสามารถแนะนำตัวภาษาอังกฤษได้ ตอบถามเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ ได้ รวมถึงเข้าใจคำศัพท์ในชีวิตประจำได้ด้วย แต่ถ้าหากผู้เรียนต้องการเรียนต่อต่างประเทศ จำเป็นต้องมีความสามารถภาษาอังกฤษอยู่ในระดับ B2 ของ CEFR อ่านรายละเอียดระดับ CEFR ทั้งหมดที่นี่
- สำรวจเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการเรียนภาษาอังกฤษของตัวเอง เช่น ใช้ในการทำงาน ใช้ในการเรียนต่อ หรือ ใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
- ทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษตามมาตรฐาน CEFR
- ค้นหาคอร์สเรียนที่มีความน่าเชื่อถือ โดยสามารถยึดตามมาตรฐาน CEFR ได้
เพียง 3 วิธีง่ายๆ นี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เลือกคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่เหมาะสมและตอบโจทย์เป้าหมายการเรียนภาษาอังกฤษของตัวเอง รวมถึงยังช่วยให้มั่นใจว่าหลักสูตรและคอร์สเรียนที่เลือกนั้นได้มาตรฐานระดับ CEFR เชื่อถือได้ โดยที่เพื่อนๆ สามารถติดตามและวัดผลความคืบหน้าในการเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบ
สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างคือ มาตรฐาน CEFR นี้ยังครอบคลุมไปถึงการสอนภาษาอังกฤษของสถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษหลายๆ แห่ง เพื่อให้แน่ใจว่าหลักสูตรหรือคอร์สเรียนภาษาอังกฤษนั้นมีคุณภาพ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ และนำไปใช้งานได้จริง
ที่ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ Speak Up Thailand มีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการฝึกภาษาอังกฤษอย่างเป็นระบบ ออกแบบตามมาตรฐาน CEFR จึงทำให้มีคลาสรองรับทั้งหมด 7 ระดับ (Starter-Advanced) ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษมาก่อน ก็เรียนได้
การันตีรางวัลระดับนานาชาติ 1st Place: Learning System Poland ในสาขา Innovative Solutions จากประเทศโปแลนด์ เหมาะสำหรับผู้เรียนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เช่น นักศึกษาจบใหม่ วัยทำงาน และ ผู้ที่ต้องการรื้อฟื้นภาษาอังกฤษพื้นฐาน


